คนคอยวนเวียนอยู่ในกองถ่ายตามมุมมืดต่าง ๆ
ซูโล่วเผลอกำถุงหอมในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกจากกองถ่าย กลับถูกกู้ชีชีร้องเรียกเอาไว้ก่อน
หญิงสาวดูท่าทางขัดเขิน เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มว่า “รุ่นพี่คะ วันนี้ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยพูดแทนฉัน ว่าง ๆ ฉันขอเลี้ยงข้าวพี่เป็นการตอบแทนได้ไหมคะ?”
ซูโล่วพบเจอสถานการณ์เช่นนี้จนชินชาเสียแล้ว
เกือบทุกครั้งที่ถ่ายทำหนัง มักมีนักแสดงหญิงหาทางชวนเขาไปทานมื้อค่ำอยู่เสมอ ซึ่งเขาก็จะปฏิเสธกลับไปตรง ๆ อย่างไม่ใยดี
“ไว้ค่อยว่ากัน” ชายหนุ่มจึงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามความเคยชิน
กู้ชีชีหน้าสลดลงทันที
ส่วนซูโล่วชำเลืองมองปฏิกิริยานั้น
เมื่อครู่ดวงตาของเธอยังเปล่งประกายสดใส แต่เพียงพริบตากลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งใบหน้าดูเศร้าหมองจนเขาอดขมวดคิ้วไม่ได้ ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากพูดเพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดจนเกินไป
ทว่าเธอกลับรวบรวมความกล้าพูดต่อ “งั้นสัปดาห์หน้าเป็นวันเกิดของฉัน รุ่นพี่พอจะให้เกียรติมาร่วมงานฉลองวันเกิดได้ไหมคะ?”
ซูโล่วขยับมุมปากเล็กน้อย สุดท้ายก็ตอบตกลง “ได้ครับ รบกวนส่งเวลากับสถานที่มาทางวีแชทแล้วกัน”
ทันทีที่ได้รับคำตอบ ดวงตาของกู้ชีชีก็กลับมาเป็นประกายอีกครั้ง เธอกระตือรือร้นพยักหน้าถี่ ๆ ราวกับลูกไก่จิกข้าว “ได้เลยค่ะ! ขอบคุณมากนะคะ!”
พูดจบเธอก็โค้งตัวให้เขาอย่างนอบน้อม ท่าทางดีใจจนเนื้อเต้นราวกับจะตัวลอยได