ซู่เป่าเห็นซูโล่วถือถุงหอมค้างไว้โดยไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงเอ่ยย้ำ “คุณลุงสี่คะ ถุงหอมนี้ลุงต้องใส่นะ แขวนไว้ที่คอเลยค่ะ!”
พูดจบเด็กน้อยก็พยายามเขย่งปลายเท้าสุดชีวิต หวังคล้องถุงหอมเข้ากับลำคอของชายหนุ่มให้ได้
“ขอบคุณนะซู่เป่า แต่ลุงต้องถ่ายหนังต่อ ใส่แบบนี้คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่” ซูโล่วมุมปากกระตุกวูบ
ของกระจุกกระจิกสีเขียวขนาดนี้ จะให้ใส่เข้าฉากย่อมเป็นไปไม่ได้ อย่างมากเขาก็คงทำได้เพียงเก็บใส่กระเป๋าพกติดตัวไว้เท่านั้น ชายหนุ่มจึงยื่นถุงหอมให้ผู้ช่วยพลางสำทับให้เอาไปเก็บในกระเป๋าเดินทาง
“ได้ค่ะ! แต่ถ่ายหนังเสร็จแล้วลุงต้องรีบใส่นะคะ!” ซู่เป่าพยักหน้าเข้าใจ
“ใกล้ถึงเทศกาลจงหยวนแล้ว ประตูนรกกำลังจะเปิด ผีสางบนท้องถนนก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ถุงหอมที่ซู่เป่าตั้งใจทำช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้จริง ๆ นะคะ”
“พี่อ้วน… กลับมานี่ เอาถุงหอมคืนมาให้ผมเดี๋ยวนี้” ซูโล่วชะงักกึกทันทีที่ได้ยินคำว่าประตูนรกเปิด น้ำเสียงที่เคยปฏิเสธเมื่อครู่ พลันเปลี่ยนเป็นร้อนรนขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
“?” ผู้ช่วยส่วนตัวที่กำลังก้าวเท้าเดินออกไปถึงกับเบรกแตกจนตัวโก่ง เขาหันกลับมามองเจ้านายด้วยสีหน้าเหลอหลา
ซูโล่วปั้นหน้าขรึมคว้าถุงหอมมาเหน็บเข้ากับเข็มขัดกางเกง มิหนำซ้ำยังพันทบอีกสองรอบเพื่อให้มั่นใจว่ามันจะไม่ร่วงหล่น เมื่อเห็นสายตาของทุกคนจ้องมองมา เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความละอาย “หลานสาวที่บ้านอุตส่าห์ต