อคะ… เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมมันถึงฟังดูเหลือเชื่อจัง…”
ภายใต้แสงอาทิตย์สาดส่องอย่างสว่างไสว ใครจะคาดคิดว่าสถานที่แห่งนี้เคยมีโศกนาฏกรรมนองเลือดเกิดขึ้น
คุณยายเม้มริมฝีปากแน่น “ก็เพราะมันดูเหลือเชื่อนี่แหละ เลยไม่มีใครอยากเชื่อ จนกระทั่งเรื่องถึงศาล ไอ้พวกนั้นยังกล้าโต้แย้งหน้าตายว่าตัวเลข 30 ศพมันเป็นเรื่องเหลวไหล พวกมันอ้างว่าไม่มีทางฆ่าคนได้มากมายขนาดนั้น”
“จนเมื่อหลักฐานถูกวางกองต่อหน้า พวกเดรัจฉานพวกนั้นกลับบอกว่า… พวกมันแค่ต้องการสั่งสอนคนที่ไม่เชื่อฟังเท่านั้น พวกมันอ้างว่าคนในหมู่บ้านเป็นเหมือนคนในครอบครัว คนที่ไปร้องเรียนคือพี่น้องที่หลงผิด พวกมันจึงต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบ”
เมื่อเล่ามาถึงจุดนี้ คุณยายก็หลุดหัวเราะออกมา และเย้ยหยันในโชคชะตาโดยไม่อาจหักห้าม
ซู่เป่าทำเมล็ดแตงโมร่วงหลุดมือดัง ป๊อก เธอไม่มีกะจิตกะใจเก็บมันขึ้นมาอีกแล้ว ใบหน้าจิ้มลิ้มย่นเข้าหากันด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
ซูจิ่นอวี้เองก็นิ่งอึ้งไปนาน “เรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินข่าวสารเลยล่ะคะ?”
“เรื่องมันนานมากแล้วจ้ะ ความทรงจำพวกนี้ค่อย ๆ เลือนหายไปตามเวลา แม้แต่ลูกหลานรุ่นหลังบางคนยังนึกสงสัยว่ายายแก่คนนี้กุเรื่องขึ้นมาเองหรือเปล่า…” คุณยายส่ายหัวช้า ๆ “แต่ก็นั่นแหละนะ โศกนาฏกรรมที่มีคนตายตั้ง 30 ศพ ไม่ใช่แค่ 2-3 คน ใครจะอยากเชื่อล่ะว่าเรื่องโหดร้ายขนาดนี้เคยเกิดขึ้นจริง ๆ”
ภายหลังจากเหตุการ