ือเกิน!
แม่ของเป้ยเฉินอวี่ปาดน้ำตาแล้วถอนหายใจยาว “เฮ้อ… คนยากจนอย่างเราก็คงได้แค่นี้แหละ จะไปหวังให้คนมั่งมีเขานับถือเราจริงใจได้ยังไงกัน ช่างมันเถอะลูก ต่อให้ต้องทำงานหนักไปทั้งชีวิตแม่ก็จะหาเงินมาคืนเขาให้ได้ ขอแค่ลูกมีชีวิตอยู่ต่ออย่างปลอดภัย แม่ก็พอใจแล้ว” สองแม่ลูกต่างสวมกอดกันร้องไห้อย่างน่าเวทนา
ซูจิ่นอวี้พาวิญญาณโชคร้ายลอยละล่องมาถึงอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ ก่อนอุทานออกมาเบา ๆ “เอ๊ะ! นี่มันตึกที่พ่อแม่ของซูเสี่ยวอวี้ทิ้งไว้ให้เธอนี่นา!”
แม้ไม่ใช่อพาร์ตเมนต์หรูหรา แต่มันก็ดูดีกว่าสลัมกลางเมืองอยู่มาก เป็นตึกเก่าคลาสสิกที่ยังต้องเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์
“ซู่เป่ารออยู่ในรถก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่เข้าไปดูข้างในให้เอง!” ซูจิ่นอวี้ตบไหล่ลูกสาวเบา ๆ
ซู่เป่านั่งนุ่มนิ่มดูน่าเอ็นดูพลางส่งยิ้มกว้างจนตาหยี “ได้เลยค่ะคุณแม่~”
จี้ฉางจ้องมองอาคารหลังนี้ด้วยแววตาครุ่นคิด เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างลอยวนอยู่รอบตึกเก่าแห่งนี้ ท่ามกลางตึกรอบข้างดูปกติดี กลับมีเพียงตึกนี้ ที่มีกระแสพลังอาถรรพ์อันน่าสะพรึงล้อมรอบไว้…
“ฉันจะเข้าไปตรวจสอบข้างในสักหน่อย ซูจิ่นอวี้… อย่าทำอะไรวู่วามเด็ดขาดนะ”
“โธ่… ยังไม่ไว้ใจคนอย่างฉันอีกเหรอ?” ซูจิ่นอวี้เอ่ยเสียงใส
จี้ฉางกระตุกมุมปาก ทำหน้าเหมือนจะเชื่อ ก่อนลอยจากไปโดยไม่ทิ้งคำพูดใดไว้อีก
ซูจิ่นอวี้ไม่รอช้า รีบพาผีดวงซวยลอยมุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นบนทันที
“มาเถอะน้อ