ันแสนเรียบง่ายแต่ทรงพลังแบบนี้ ทำไมพวกเขาถึงนึกไม่ถึงกันนะ?
บรรยากาศในห้องเงียบกริบทันตา คุณนายซูส่งสายตาเป็นสัญญาณให้พ่อบ้านเนี่ยนิ่งไว้ เพื่อเปิดทางให้ซู่เป่าได้เป็นคนจัดการต่อ
เป้ยเฉินอวี่ถึงกับตกตะลึงจนหน้าถอดสี เธอตั้งใจมาเพื่อหาทางเข้าหาตระกูลซู ไม่ได้เตรียมตัวมาเพื่อคืนเงินเสียหน่อย! แล้วผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอ จะไปหาเงินมหาศาลขนาดนั้นมาจากไหน?
“หนู… หนู…” เธอบีบมือตัวเองจนแน่น “หนูไม่มีเงินหรอกค่ะ ครอบครัวของหนูขายทิ้งทั้งบ้านและรถเพื่อรักษาหนูจนหมดเนื้อหมดตัวแล้ว…”
“อ๋อ… งั้นสรุปว่าคุณป้าตั้งใจมาสมัครงานที่บ้านหนูเหรอคะ?” ซู่เป่าทำตาโตด้วยความตกใจ
เมื่อเห็นช่องทาง เป้ยเฉินอวี่ก็รีบคว้าไว้ทันที “ถ้าพวกคุณไม่รังเกียจ… หนูยินดีทำงานรับใช้พวกคุณทุกอย่าง จะให้เป็นวัวเป็นม้าหนูก็ยอมค่ะ!” เธอพยายามกดตัวเองให้ดูต่ำต้อยเพื่อเรียกคะแนนความสงสาร
ในสายตาของเป้ยเฉินอวี่ คนตระกูลซูดูจะตามใจเด็กคนนี้มาก และเด็กน่ะหลอกง่ายที่สุด ขอเพียงเธอร้องไห้อ้อนวอน บางทีซู่เป่าอาจจะใจอ่อนและรับเธอไว้ก็ได้…
แต่ซู่เป่าที่ทนฟังเรื่องการยอมเป็นวัวเป็นทาสมาหลายรอบเริ่มขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม
“ป้าคะ… มาหางานก็คือมาหางานสิคะ ทำไมต้องยอมเป็นวัวเป็นม้าด้วยล่ะ? บ้านหนูมีรถยนต์ตั้งเยอะแยะ ไม่ได้ขาดแคลนวัวควายไว้ใช้งานเสียหน่อย!”
“…” หญิงสาวยืนงงค้างอยู่ตรงนั้น! คำพูดคำจา ช่างเกินเด็กนัก
เธอแอบสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ