ดวงตาแดงก่ำพร้อมหยาดน้ำตาคลอ “หนูไม่มีความรู้มากนัก ไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยสูง ๆ หนู… หนูไม่มีค่าพอจะทำอย่างอื่นได้ นอกจากยอมเป็นวัวเป็นม้าให้พวกคุณเท่านั้น…”
ซู่เป่าเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น “ถ้าคุณมาเป็นวัวเป็นม้าที่บ้านหนู แล้วเราต้องจ่ายเงินเดือนให้คุณไหมคะ? เพราะถ้าต้องจ่าย… นั่นก็หมายความว่าคุณกำลังเอาเงินบ้านหนูเพื่อมาจ่ายคืนให้บ้านหนูเองน่ะสิ?”
คิดดูแล้ว มีแต่ทางเสียเปรียบชัด ๆ! ถ้าเข้ามาอยู่เฉย ๆ กินอย่างเดียวไม่ทำอะไร แบบนั้นบ้านนี้ก็ขาดทุนสิ
เป้ยเฉินอวี่รู้สึกเหมือนอยากจะกระอักเลือดออกมาจริง ๆ
‘ยัยเด็กนี่! มีตรรกะแบบไหนกันเนี่ย!’
ตามปกติแล้วเด็กคนนี้ควรพูดว่า คุณป้าน่าสงสารจังเลย งั้นมาอยู่ที่นี่เถอะค่ะ พวกเราจะไม่ทำให้ป้าลำบากแน่นอน ไม่ใช่หรือไง?
“ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนก็ได้ค่ะ! ขอแค่ให้หนูมีข้าวกินอิ่มทุกมื้อก็พอแล้ว…” เธอรีบละล่ำละลักบอก
ซู่เป่าขมวดคิ้วจนแทบจะผูกเป็นโบได้ “นั่นหมายความว่าคุณป้าอยากให้บ้านหนูเลี้ยงดูคุณไปตลอดชีวิตเลยเหรอคะ?”
เด็กน้อยส่ายหัวไปมา “เงินก็ไม่คืน แถมยังมาให้พวกหนูเลี้ยงดูไปจนแก่ ป้าไม่ได้มาเพื่อตอบแทนบุญคุณแล้วล่ะค่ะ แบบนี้เขาเรียกว่ามา…”
ซู่เป่านิ่งคิดคำศัพท์เหมาะสมไม่ออก ทันใดนั้นเจ้าเสี่ยวอู่ซึ่งเกาะอยู่ข้าง ๆ ก็ช่วยเสริมขึ้นมา “ขอบพระคุณมาก! อนาคตฉันจะกลับมาแก้แค้น!”
“อ๋อใช่! ป้าตั้งใจมาแก้แค้นพวกหนูใช่ไหมคะ?” ซู่เป่าตบมือฉาด
สมองของ