ดังนั้นสำหรับเธอแล้ว การจะได้พบกันในเวลานี้หรือไม่จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการได้เห็นซู่เป่าตัวน้อยของเธอเติบโตอย่างมีความสุข และมีชีวิตที่ดีต่อไปต่างหาก
ซู่เป่าเม้มปากด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ เธอรู้ว่าแม่อีกไม่นานก็ต้องไปเกิดใหม่ ต่อไปคงไม่มีใครได้พบแม่อีกแล้ว แต่ที่ผ่านมาแม่เคยไปพบแค่ลุงใหญ่เพียงคนเดียว ทั้งแม่และคุณยายต่างดูเหมือนจะหวาดกลัวในการเผชิญหน้ากันอีกครั้ง… เพราะอะไรกันนะ?
เด็กน้อยไม่อาจทำความเข้าใจอารมณ์อันซับซ้อนของผู้ใหญ่ได้เลย จึงค่อย ๆ หลับตาลงและจมสู่ห้วงความฝันไปพร้อมกับเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของหานหานที่นอนอยู่ข้าง ๆ
คุณนายซูยิ้ม หญิงชราจัดแจงห่มผ้าผืนบางให้เด็กทั้งสอง ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้พอเหมาะ แล้วจึงเดินออกไปจากห้อง
ซูจิ่นอวี้ซึ่งยืนอยู่ตรงประตูอดใจไม่ไหวจนต้องส่งเสียงเรียกเบา ๆ “แม่คะ…”
คุณนายซูมองไม่เห็นสิ่งใด แต่ความรู้สึกประหลาดอันแสนคุ้นเคยกลับพุ่งวาบขึ้นมาในใจอีกครั้ง เธอพึมพำออกมาว่า “จิ่นอวี้… แม่รู้นะว่าลูกยังอยู่ที่นี่ ลูกอยู่ข้าง ๆ พวกเราตลอดมาใช่ไหม?”
“แค่แม่ได้รับรู้แบบนี้… มันก็เพียงพอแล้วล่ะ”
เธอไม่โหยหาการพบเจอซึ่งอาจนำความอาลัยอาวรณ์มาโดยไม่จบสิ้น เพียงแค่หวังให้ทุกคนมีความสุข ซู่เป่าเติบโตอย่างงดงาม จิ่นอวี้ได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี และหลาน ๆ ทุกคนมีชีวิตสดใส… แค่นั้นก็เกินพอแล้ว
ซูจิ่นอวี้มองตามแผ่นหลังที่เริ