พยายามแยกตัวออกมาให้ห่าง และภาวนาให้พวกเขาค่อย ๆ ลืมเลือนเธอไปตามกาลเวลา…
*
ในคืนนั้น ซู่เป่านอนนอนห้องเดียวกับหานหานชั่วคราว
คุณนายซูเดินเข้ามาดูความเรียบร้อยว่าหลานสาวทั้งสองหลับหรือยัง เธอพบว่าหานหานเข้าสู่ห้วงนิทราไปนานแล้ว แต่ซู่เป่ายังคงลืมตากลมโตอยู่ท่ามกลางความมืด
“กำลังคิดอะไรอยู่หรือ?” คุณนายซูถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ในใจพลันรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อยว่าเมื่อเย็นตนเองลงโทษให้หลานยืนสำนึกผิดรุนแรงไปหรือเปล่า
แต่คำถามที่หลุดออกมาจากปากซู่เป่ากลับทำให้เธอชะงัก “คุณยายคะ… คุณยายคิดถึงคุณแม่บ้างไหมคะ?”
เมื่อครู่นี้ซู่เป่าเห็นแม่แอบยืนอมยิ้มมองดูทุกคน แต่แล้วจู่ ๆ แววตาของแม่ก็ดูเศร้าหมองลง ซู่เป่ารู้ดีว่าแม่คงกังวลว่าคุณยายจะต้องเสียใจ จึงไม่กล้าปรากฏตัวออกมาให้เห็น
แล้วในใจของคุณยายล่ะ… ยังอยากพบแม่อยู่ไหมนะ?
คุณนายซูลูบศีรษะเล็ก ๆ ของซู่เป่าด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ “ซู่เป่าคิดถึงแม่เหรอจ๊ะ? ยายเองก็คิดถึงแม่ของหนูมาก แต่ไม่เป็นไรหรอกนะ… เพราะแม่ของหนูยังอยู่ในใจของพวกเราเสมอ”
“คุณยายอยากพบแม่ไหมคะ?” ซู่เป่าเงยหน้ามอง
คุณนายซูมีสีหน้าเมตตาเปี่ยมล้น เธอไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำถามนั้น เพียงแค่ตบหลังหลานสาวเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงค่อยว่า “นอนเถอะลูก”
ตอนนี้เธออายุล่วงเข้าเกือบแปดสิบปีแล้ว… เมื่อถึงวันที่ลมหายใจสุดท้ายสิ้นสุดลง เธอคงได้พบกับซูจิ่นอวี้ ลูกสาวสุดที่รักอีกครั้งในภพหน้าใช่ไหม?