าะเขายังมีสติสัมปชัญญะหลงเหลืออยู่ “แต่ในจังหวะที่ผู้คุมวิ่งมาถึงพอดี ไอ้ไก่ตัวแสบดันตกใจ มันกระพือปีกบินพุ่งมาทางผม แล้วกรงเล็บของมันก็เหยียบลงบนลูกตาผมเข้าเต็มแรง!”
กร๊อบ… คราวนี้กระดูกคอของเขาหักสะบั้นถาวร “ผมต้องมาตายแบบนี้แหละ” เขาเล่าไปแทบจะร้องไห้ไป “ผมไม่ยอมรับ… ทำไมโชคชะตาถึงกลั่นแกล้งให้ตายแบบนี้!”
ในเสี้ยวนาทีที่มีความหวังจะได้รับอิสรภาพ กลับต้องมาสิ้นใจเพราะไก่ตัวหนึ่ง
เขาจมดิ่งอยู่ในความอัปยศ
หลังตายไปแล้วก็ยังวนเวียนสู้กับไก่ซ้ำ ๆ ถูกเหยียบคอจนหักวันแล้ววันเล่า
จนกระทั่งจิตวิญญาณกลายเป็นวิญญาณร้าย
“ความโชคร้ายของผมเริ่มต้นจากการถูกไก่จิก และจบลงด้วยการถูกไก่จิกตาย…” เขาระบายความอัดอั้นออกมาจนหมดสิ้น
ซู่เป่ามองเขาด้วยสายตาเวทนาพลางแก้ประโยคให้ “ต่อให้ตายแล้วก็ยังไม่จบเลยนะคะ!”
ก็จริง… แม้กลายเป็นวิญญาณร้าย เขาก็ยังดวงกุดจนถูกจองจำไม่ให้ออกจากคุกแห่งนี้ไปไหนได้ ซู่เป่ากำลังจะอ้าปากถามต่อ ทว่าจู่ ๆ ก็มีเสียงเข้มดังขัดจังหวะ “พวกคุณมาทำอะไรตรงนี้? ห้ามมาอยู่หน้าประตูเรือนจำนะ!”
ผู้คุมเห็นซู่เป่ายังคงนั่งยอง ๆ อยู่หน้าประตูไม่ยอมไปไหน จึงสำทับอีกประโยค “ถ้าจะถ่ายเบา ข้างในมีห้องน้ำนะ! อย่ามาทำเลอะเทอะแถวนี้เด็ดขาด!”
“หนูไม่ได้ทำนะคะ! ไม่ได้ทำแบบนั้นเสียหน่อย!” ซู่เป่าหน้าแดงก่ำรีบปฏิเสธ
“รีบไปกันเถอะค่ะคุณแม่!” เด็กน้อยจูงมือซูจิ่นอวี้เตรียมวิ่งหนี เจ้าผีร้ายรีบร้อนขึ้นมาท