ส่อง หรือแม้แต่โดนกระสุนยิงตาย…”
“แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่า ชีวิตโชคร้ายของผมต้องมาจบลงด้วยการต่อสู้กับไก่ตัวหนึ่งในซอกตึกแคบ ๆ!”
เสียงเอะอะโวยวายดึงดูดผู้คุมให้รุดมายังจุดเกิดเหตุ “ตอนนั้นผมคิดแค่ว่า ไหน ๆ ก็ต้องโดนจับกลับไปอยู่แล้ว แต่ก่อนจะโดนรวบตัว ผมจะต้องบิดคอไอ้ไก่บ้านี่ให้ตายตกตามกันไปให้ได้!” พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็หยุดชะงัก ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความเศร้าสร้อยและโกรธแค้น
ซูจิ่นอวี้ถามแทรก “แล้วสรุปคุณเป็นฝ่ายโดนไก่บิดคอเหรอ?”
เมื่อเห็นสีหน้าที่กล้ำกลืนฝืนทนของเขา ซู่เป่าก็เบิกตากว้าง “ไม่จริงใช่ไหมคะ?”
ซูจิ่นอวี้ถึงกับคางค้าง เธอแค่พูดจิกกัดเล่น ๆ ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะทายถูกเป๊ะขนาดนี้!
“ก็ใช่น่ะสิครับ!” เจ้าคนโชคร้ายกัดฟันกรอด
“ซอกตึกมันแคบมาก ผมต้องตะแคงตัวปีนขึ้นไป พอยิ่งเห็นผู้คุมใกล้เข้ามาผมก็ยิ่งลนลาน ในหัวคิดแค่ว่าจะฆ่าไก่ตัวนั้นให้ได้ก่อน”
ในพื้นที่แคบจำกัดนั้นเกิดการชุลมุนวุ่นวาย ไก่ก็สู้สุดชีวิต ส่วนเขาก็พยายามตะครุบมันสุดชีวิต “จู่ ๆ ไก่ตัวนั้นก็กระโดดพุ่งขึ้นไปข้างบน ผมกำลังโมโหจนเลือดขึ้นหน้าก็กระโดดตามมันไปหวังจะคว้าตัวไว้…”
“ใครจะรู้ว่าหัวของผมดันไปขัดเข้ากับส่วนที่ยื่นออกมาในซอกตึกพอดี แต่ท่อนล่างของผมมันไม่ได้ติดไปด้วย…”
“คุณพอนึกภาพออกไหม? เสียง กร๊อบ! ดังสนั่น หัวผมไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ร่างกายกลับเหวี่ยงบิดไปถึง 180 องศา!”
“…..แต่ตอนนั้นยังรู้สึกตัวนะ” เพร