ปรากฏกายออกมาเสียก่อนเท่านั้น
ใบหน้าจิ้มลิ้มของซู่เป่ามุ่ยลงด้วยความผิดหวัง “ทำไมพวกผู้ใหญ่ชอบเลี่ยงไม่ตอบคำถามเด็ก ๆ อย่างหนูจังเลยคะ!”
“เอาเป็นว่า เดี๋ยวอาจารย์จะไปตรวจสอบให้เห็นกับตาเอง” จี้ฉางลุกขึ้นยืนพลางสาวเท้าเดินออกไปด้านนอก
“ส่วนแม่จะแวบไปดูเสียหน่อยว่าวันนี้คุณยายทำอะไรอร่อย ๆ ไว้บ้าง” ซูจิ่นอวี้รีบลอยละล่องตามไปติด ๆ
“ไปกันเถอะ ลุงใหญ่จะพาหนูไปเยี่ยมเธออีกสักรอบ” ซูอีเฉินอุ้มซู่เป่าขึ้นแนบอก
ซู่เป่าน้อยพยักหน้าหงึกหงัก … ‘ถ้าพูดถึงเรื่องความน่าเชื่อถือ ลุงใหญ่นี่แหละที่พึ่งพาได้ที่สุด!’
“ช่างหัวกับข้าวคุณยายก่อนเถอะ ยังไงก็อร่อยอยู่แล้ว พวกเราไปดูหน้าเจ้าหลงอ้าวเทียนนี่กันก่อนดีกว่า!” ซูจิ่นอวี้รีบเปลี่ยนใจลอยตามไปทันที
‘คุณแม่นี่เปลี่ยนใจเร็วจริง ๆ เลยนะ’
ณ เรือนจำ
เมื่อซู่เป่าได้พบกับเหวยหว่านอีกครั้ง แววตาของเธอกลับเหม่อลอยคล้ายจิตวิญญาณได้หลุดลอยไปแล้ว
ทันทีที่เห็นซู่เป่า เธอก็พุ่งเข้าหาแล้วเอ่ยร้องขออย่างร้อนรน “ซู่เป่า! ซู่เป่าช่วยป้าด้วย! ช่วยด้วยเถอะนะ…”
ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะได้ปริปากเอ่ยคำใด เธอก็รีบหันไปหาซูอีเฉินราวกับเห็นฟางเส้นสุดท้าย “พี่ใหญ่… ฉันผิดไปแล้ว ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง! ต่อไปฉันจะไม่มาวุ่นวายหรือขอพบหน้าหานหานอีก แค่ขอร้องพี่ใหญ่ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ทีเถอะนะคะ ได้โปรดเถอะ!”
เหวยหว่านทรุดตัวลงคุกเข่าอ้อนวอนด้วยร่างกายสั่นเทา ท่าทีสง่างามและจองหอง