ก่อนหน้านี้เลือนหายไปจนหมดสิ้น ทว่าในขณะนั้นเอง ทั้งซู่เป่าและซูจิ่นอวี้กลับไม่ได้สนใจอาการฟูมฟายของเธอนัก
แต่สายตาทั้งสองคู่กลับจ้องเขม็งไปยังความว่างเปล่าที่อยู่เบื้องหลังของหญิงสาวแทน
“แล้ววีรบุรุษคนนั้นอยู่ไหนล่ะ?” ซูจิ่นอวี้พยายามชะโงกคอมองหา พร้อมกลับลอยเข้าไปสำรวจรอบ ๆ แต่กลับไม่เห็นวี่แววของสิ่งลี้ลับใดเลย
“เขาน่าจะอยู่แถวนี้” จี้ฉางขมวดคิ้วมุ่นพลางจ้องมองเข็มทิศแปดทิศที่ก่อตัวขึ้นจากแสงสว่างวาบตรงหน้าเพื่อตรวจจับไอวิญญาณ เมื่อยืนยันพิกัดได้แล้ว เขาก็สะบัดมือเพียงเบา ๆ ส่งผลให้เข็มทิศแสงนั้นสลายตัวไปในพริบตา
ในวินาทีนั้นเอง วิญญาณชายหนุ่มคนหนึ่งก็ทำเป็นบังเอิญเดินผ่านมาพอดี เขาสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำขลับประดับไปด้วยหมุดเงินวาววับรอบตัว จับคู่กับกางเกงรัดรูปสีเข้มเน้นรูปร่างให้ดูโฉบเฉี่ยว ทรงผมของเขาถูกเซตให้ตั้งตระหง่านแหลมเฟี้ยวคล้ายด้ามไม้กวาด
สะดุดตาที่สุดคงหนีไม่พ้นสีผมที่เป็นการผสมผสานอย่างพิลึกพิลั่น มีทั้งสีดำแซมเหลือง แดง เขียว และน้ำเงิน เรียกได้ว่าหลากสีสันจนอัศจรรย์ใจ
บนใบหน้ามีการแต่งแต้มด้วยสไตล์สุดโต่ง ขอบตาทั้งสองข้างถูกกรีดด้วยอายไลเนอร์สีดำเข้มดูดุดัน รับกับริมฝีปากที่ทาด้วยลิปสติกสีดำสนิท ขณะใบหูทั้งสองข้างถูกเจาะจนเต็ม และประดับไปด้วยต่างหูเรียงรายเป็นพรืด
“โห… พวกเดียวกันหรอกเหรอเนี่ย?” เขาเลิกคิ้วพลางกระตุกยิ้มมุมปาก ดูเจ้าเล่ห์และบ้าระห่ำในเวลาเดียวกั