น
ซูจิ่นอวี้และ จี้ฉางถึงกับมุมปากกระตุกพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ซู่เป่าเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น ‘ว้าว… นี่คือหลงอ้าวเทียนตัวจริงเหรอเนี่ย? ดูเท่ชะมัดเลย!’
ทว่าผิดคาดไปไกล เมื่อจู่ ๆ ซูจิ่นอวี้ก็เงื้อมือตบเข้าศีรษะของหลงอ้าวเทียนเต็มเหนี่ยว จนร่างของเขากระเด็นหวือออกไป แรงกระแทกนั้นมหาศาลเสียจนรองเท้าแตะข้างหนึ่งของเขาหลุดลอยตามไปด้วย ก่อนร่วงลงมาแปะอยู่บนหัวของเหวยหว่านพอดิบพอดี
เหวยวั่นรู้สึกเย็นวาบบนหนังศีรษะ… เธอตัวสั่นงันงกด้วยความขวัญผวา
หลงอ้าวเทียนตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาด้วยความโมโห “ยัยผู้หญิงคนนี้! ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธคนอย่างผมมาก่อน! เธอ…”
ซูจิ่นอวี้ไม่ปล่อยให้เขาได้พล่ามจนจบ พุ่งเข้าไปคว้ากระจุกผมทรงไม้กวาดนั่นแล้วกระชากลงมาอย่างแรง!
“อ๊าก! เจ็บ ๆ ๆ ๆ!” หลงอ้าวเทียนร้องลั่น
“ฉันล่ะเหลือทนจริง ๆ!” ซูจิ่นอวี้บ่นอุบ “นึกว่าจะได้เจอพระเอกในตำนานที่ไหนได้ กลับกลายเป็นวัยรุ่นทรงแบดหลงยุคที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากแก๊งคนเศร้าอกหักซะงั้น!”
ซู่เป่ากะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความสงสัย “คุณแม่คะ ‘วัยรุ่นเศร้าอกหัก’ คืออะไรเหรอ แล้ว ‘ทรงแบด’ นี่คือใครกัน?” เด็กน้อยเริ่มวิตก
‘แย่แล้ว เธอไม่เข้าใจที่คุณแม่พูดเลย’
‘หรือนี่คือสิ่งที่ผู้ใหญ่เรียกว่าช่องว่างระหว่างวัยกันนะ?’
หลงอ้าวเทียนนั่งกุมขมับพลางพยายามลูบจัดแต่งทรงผมให้เข้าที่ ก่อนเอ่ยปากเสียงอ่อยด้วยความเก้อเขิน “โธ่พี่ครับ… ช่วยเห็นใจกันหน่