้องขอความช่วยเหลืออีกครั้ง แต่ก็ยังเปล่งเสียงไม่ออก
เธอบังเอิญเหลือบไปมองเท้าของร่างตรงหน้า แล้วก็ต้องช็อกสุดขีดเมื่อพบว่าคนผู้นั้นกำลังเขย่งปลายเท้าเดินไม่ต่างจาก ซูจิ่นอวี้เมื่อช่วงกลางวัน… ทุกคนใช้เพียงนิ้วโป้งเท้าจิกพื้นเพื่อเคลื่อนที่!
ม่านตาของเหวยหว่านหดเล็กลงด้วยความพรั่นพรึง เมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้อง นักโทษสิบกว่าคนล้วนตกอยู่ในท่าทางสยองขวัญแบบเดียวกันทั้งหมด!
ทันใดนั้น กลุ่มคนเหล่านั้นก็พุ่งเข้าหาเธอพร้อมกัน แต่ละคนฝังคมเขี้ยวลงบนลำคอของเธอ!
“ไม่! อย่าเข้ามา… อย่า…!” เหวยหว่านกรีดร้องโหยหวนซ้ำ ๆ ก่อนสะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นจากเตียง
ทันทีที่ลืมตา เธอกลับพบว่าเพื่อนร่วมคุกที่เพิ่งฉีกทึ้งเนื้อหนังในฝันร้าย กลับกลายเป็นคนปกติกำลังนั่งจ้องมองเธออยู่ด้วยสายตาขุ่นเคือง!
นักโทษใกล้ที่สุดเอื้อมมือมาตบหน้าฉาดใหญ่ “ดึกดื่นป่านนี้จะร้องหาพระแสงอะไร?! อยากตายนักใช่ไหม!”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ… ฉัน… ขอโทษค่ะ…” เหวยหว่านรีบยกมือกุมแก้ม น้ำตาไหลอาบอาวรณ์
นับแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ เธอถูกขาใหญ่ในคุกรังแกจนยอมสยบไปนานแล้ว แต่คำขอโทษของเธอกลับไม่ช่วยให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้น หญิงร่างกำยำผู้ครอบครองตำแหน่งที่ดีที่สุดสั่งการเสียงเฉียบ “ลากนังนี่ไปในห้องน้ำ ปิดประตูขังมันไว้!”
นักโทษหญิงคนที่เพิ่งลงมือตบรีบกระชากผมของเหวยหว่านแล้วลากถูไปทางห้องน้ำทันที
“อ๊ะ… ปล่อยฉันนะ…!” เหวยหว่านรู้สึกเจ็บแปลบที่หนังศีรษะ