สะเทือนขวัญ สถานการณ์รุนแรงจนเรียกได้ว่าชีวิตของเธอพังทลายลงแล้ว
ทันทีที่เห็นซูอีเฉินปรากฏตัวพร้อมกับซู่เป่า แววตาของเหวยหว่านก็สั่นไหวด้วยความประหลาดใจ ทว่าเพียงครู่เดียวมันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื้นตันใจอย่างปิดไม่มิด
นับตั้งแต่ถูกจองจำอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ก็ไม่เคยมีคนจากตระกูลซูโผล่หน้ามาเยี่ยมเยียนเลยแม้แต่คนเดียว ไร้ซึ่งร่องรอยของความห่วงใย แม้กระทั่งหานหาน… ลูกในไส้ก็ยังไม่เคยมาหาเธอสักครั้ง
การที่ซูอีเฉินพาซู่เป่ามาหาถึงนี่… หรืออาจหมายถึงโอกาสในการลดหย่อนผ่อนโทษ กระทั่งหลุดพ้นจากขุมนรกนี้เสียที?
ยามนี้หล่อนสำนึกผิดแล้วจริง ๆ! ชีวิตในเรือนจำช่างลำบากและเหนื่อยยากจนมองไม่เห็นอนาคต การลงทัณฑ์เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร?
พาเธอออกไปที… เธอสัญญาจะเป็นภรรยาและแม่ที่แสนดีต่อจากนี้…
“พี่ใหญ่…” เหวยหว่านขอบตาแดงก่ำ พลางขยับตัวจนกุญแจมือกุญแจเท้าส่งเสียงกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง
โดยปกติการเยี่ยมผู้ต้องขังจะมีสองแบบ แบบแรกคือการคุยผ่านกระจกโดยใช้โทรศัพท์สื่อสาร และแบบที่สองคือการพบปะเป็นกรณีพิเศษในห้องรับรองเฉพาะโดยมีผู้คุมคอยเฝ้าอยู่ การที่ซูอีเฉินได้รับอนุญาตให้พบเธอแบบพิเศษเช่นนี้ ยิ่งทำให้เหวยหว่านวาดฝันไปไกล
“อย่าเรียกผมแบบนั้น ตระกูลซูไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับคุณอีกต่อไป” ซูอีเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
น้ำตาของเหวยหว่านร่วงเผาะ เธอรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรมอยู่ในใ