แล้วไงว่าฉันไม่ได้ทำ!” เหวยหว่านเม้มริมฝีปากแน่นทั้งยังสะบัดหน้าหนี
“จนถึงตอนนี้ยังจะดื้อดึงไปถึงไหนกัน?!” ซูอีเฉิน ตวาดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
อดีตสะใภ้รองหันขวับมาทันทีพร้อมดวงตาแดงก่ำ “ฉันดื้อดึงตรงไหน? สิ่งที่ไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ คุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหากัน?”
เหวยหว่านเองก็นับว่าฉลาดไม่เบา เธอรู้ดีว่าหากซูอีเฉินมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา เขาคงไม่เสียเวลามาคาดคั้นเธอถึงที่นี่แน่ ตระกูลซูคงแค่ยอมเสียเงินเพียงเล็กน้อยเพื่อบันดาลให้ชีวิตในเรือนจำของเธอทุกข์ทรมานจนอยากตายไปเอง
ในเมื่อตั้งใจจะปากแข็งจนถึงที่สุด และมั่นใจว่าฝ่ายตรงข้ามไม่มีทางหาหลักฐานมามัดตัวได้ เธอจึงแสดงท่าทีแน่วแน่ แววตาแฝงความสิ้นหวังพลางหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ “ก็จริงนะ ยามนี้พวกคุณจะมาเชื่อคำพูดฉันได้ยังไง?”
“พอเห็นฉันฆ่าหลี่เหม่ย ก็ทึกทักไปเองว่าฉันเป็นคนชั่วช้า คิดอยากยัดข้อหาอะไรให้ก็ได้ตามใจชอบเลยใช่ไหมล่ะ?”
ซูอีเฉินมองการแสดงงิ้วฉากใหญ่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกระอาใจจนพูดไม่ออก แต่ซูจิ่นอวี้ที่ยืนดูอยู่กลับโกรธจัด “ซู่เป่า จัดการเลยลูก!”
“คุณเหวยหว่านคะ ถ้าไม่ยอมพูดความจริง อย่าหาว่าหนูใช้ไม้เด็ดนะคะ!” เด็กน้อยรับคำสั่งทันที
เจ้าตัวเล็กทำปากมุ่ย ชูกำปั้นจิ๋วขึ้นขู่อย่างดุดัน ดูแล้วเหมือนลูกแมวน้อยที่พยายามทำตัวน่าเกรงขามแต่กลับน่ารักจนใจเจ็บ
เหวยวั่นถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง “หา? ไม้เด็ดงั้นเหรอ?”
เธอมองปฏิกิริยาของซู