ใจยกร้านขายข้าวให้ผม พร้อมกับขายอาฮวาให้เพื่อชดใช้หนี้สินทั้งหมด”
อาฮวาก็คือคู่หมั้นสาวคนนั้นนั่นเอง ในเมื่อเจ้าของร้านต้องหาเงินมาจ่ายชดเชยให้ครอบครัวคนตายจนแทบเอาชีวิตไม่รอด การที่เขาจะตัดสินใจขายร้านและคู่หมั้นเพื่อล้างหนี้ จึงดูเป็นเรื่องสมเหตุสมผลในสายตาคนภายนอก
จนกระทั่งซุนฉางเซิงนำคนมาทวงสิทธิ์ไปถึงร้าน เจ้าของร้านขายข้าวถึงได้รู้ตัวว่าถูกหักหลังเข้าแล้ว
ซู่เป่าฟังถึงตรงนี้ก็ยิ่งโกรธจัดจนบีบขนมชูครีมในมือจนแบน “ต่อมาล่ะ เกิดอะไรขึ้น?”
ซุนฉางเซิงตอบ “ต่อมาผมก็สมปรารถนาทุกอย่าง” ร้านขายข้าวตกเป็นของเขา อาฮวาก็ถูกรับเข้าเป็นผู้หญิงในเรือน ส่วนเจ้าของร้านคนเดิมพยายามสู้ชีวิต ก็ถูกเขาสั่งคนจับไปทุบตีจนเกือบสิ้นใจ แล้วโยนทิ้งลงแม่น้ำ เมื่ออาฮวารู้ข่าวว่าคนรักตายจากไป เธอทั้งเสียใจและแค้นเคืองจนตัดสินใจผูกคอตายตาม
ซุนฉางเซิงเล่าด้วยเสียงสั่นเครือ “เดิมทีคิดว่ามันจมน้ำตายไปแล้ว แต่ใครจะรู้ว่ามันรอดชีวิตมาได้! แถมยังแอบลอบเข้ามาในบ้านกลางดึก จับตัวฉันตอนกำลังหลับสนิทไป…”
พูดถึงตรงนี้ แววตาของซุนฉางเซิงก็เต็มไปด้วยความอาฆาต กลิ่นอายสังหารพลุ่งพล่านรอบตัว “ไอ้ไพร่เลวนั่น ไม่รู้มันไปหาม้าป่าแข็งแรงมาจากไหนตั้งห้าตัว มันเอามาผูกไว้ห้าทิศทาง…”
“มันเอาเชือกมัดหัว มือทั้งสองข้าง และเท้าทั้งสองของฉันไว้กับตัวม้าแต่ละตัว พอเขามันโยนประทัดลงตรงกลาง ม้าที่ตกใจก็วิ่งเตลิดไปคนละทิศละทาง!” แรงกระช