ป็นตัวแค่ไหน คนฟังก็จะมองว่าเป็นเรื่องเหลวไหลไปเอง
“แต่ถ้าเราให้เงินปิดปาก กลับเป็นการสร้างหลักฐานโดยไม่จำเป็นมากกว่า ส่วนเฉินเจียคัง ถึงเขารู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เขาก็ไม่ใช่คนที่จะเอาเรื่องแบบนี้ไปป่าวประกาศทั่ว”
ซูจิ่นอวี้เข้าใจกระจ่างในทันที “พูดแบบนั้นก็ถูกนะ ไม่เสียแรงที่เป็นพี่ชายฉัน สมองทำงานดีกว่าคนทั่วไปจริง ๆ”
ซูอีเฉินแอบถามซู่เป่าเสียงเบา “พวกเขาคุยอะไรกันเหรอ?” ซู่เป่าเอียงคอเลียนแบบคำพูดทันที “แม่บอกว่า ไม่เสียแรงที่เป็นพี่ชายแม่ สมองทำงานดีกว่าคนทั่วไปจริง ๆ ค่ะ!” ซูอีเฉินเข้าใจความหมายทันทีจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก
ทว่าซู่เป่าก็ยกเท้าของตัวเองขึ้นมาแล้วหัวเราะคิกคัก “คุณลุงใหญ่คะ ลองดมเท้าเหม็น ๆ ของหนูหน่อยไหม!”
“ซุกซนจริง ๆ” ซูอีเฉินกุมเท้าน้อยของหลานสาวไว้ ก่อนเอื้อมมือไปแตะจมูกเล็ก ๆ ของเธออย่างเอ็นดู
หลังจากจับผีใจดำกลับมาที่บ้าน ขั้นตอนต่อไปก็คือการสอบสวน น่าแปลกที่ตลอดทางผีใจดำกลับนิ่งสงบผิดปกติ ดูเรียบร้อยมากจนน่าสงสัย
เมื่อรถแล่นกลับมาถึงตระกูลซู ซู่เป่าก็เริ่มลากตาข่ายจับวิญญาณเข้าไปข้างใน ซูจิ่นอวี้รีบถาม “ลูกรัก ต้องการให้แม่ช่วยไหมจ๊ะ?”
“ไม่ต้องค่า! เรื่องของลูก ลูกทำเองได้!” ซู่เป่าโบกมือ
ขณะนั้น เสี่ยวอู่ก็ใช้จะงอยปากคาบซิปกระเป๋าเปิดออกเองพลางมุดหัวออกมา มันกางปีกออกแล้วขยับเบา ๆ แต่มันไม่ได้บินไปไหน เพียงแต่เดินส่ายหัวส่ายหน้าตามหลังซู่เป่าไปอย่