ังไม่ได้ปิดเข้ากระเป๋ากางเกง แล้วถลาเข้าไปทำทีเป็นช่วยทำความสะอาด “อา… คุณผู้หญิง ขอโทษค่ะ! เมื่อกี้ดิฉันเร่งรีบมากเลยแวบไปเข้าห้องน้ำหน่อยเดียว เห็นท่านอยากกินเมล็ดแตงมานาน เลยแอบเอามาให้ท่านลองชิมดูบ้าง…”
“ไม่คิดเลยว่าท่านจะทำเลอะเทอะขนาดนี้…” พี่เลี้ยงแสร้งทำหน้ารู้สึกผิดสุดซึ้ง
ปกติแล้วนายจ้างมักเชื่อใจว่าเธอเป็นคนดี การแสร้งบอกว่าเป็นห่วงคนไข้จนแอบเอาขนมมาให้มักจะได้รับความเห็นใจเสมอ แต่ในครั้งนี้… กลับมีเสียงเด็กน้อยคนหนึ่งดังขัดขึ้นมา “ป้าคะ ป้าโกหก!”
ผู้ดูแลชะงักกึก มองไปยังซู่เป่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอทำหน้าสงสัยทันที “ฉันไม่ได้ทำนะ! นี่… หนูน้อย อย่าพูดเรื่อยเปื่อยแบบนี้นะคะ!”
ผู้ดูแลกล้าปฏิเสธเพราะเธอมั่นใจว่าจุดที่เธอยืนอยู่เป็นมุมอับของสวน และหลูซูเหวินไม่มีทางเห็นเหตุการณ์แน่นอน ส่วนคำพูดของเด็กตัวแค่นี้ ใครเขาจะไปเชื่อกัน!
สีหน้าของหลูซูเหวินดูย่ำแย่ลง เธอเริ่มไม่แน่ใจหลังจากได้ยินคำของซู่เป่า จึงเอ่ยตำหนิผู้ดูแล “ไม่ใช่ว่าไม่ให้ไปห้องน้ำนะ แต่คุณควรพาท่านกลับเข้าบ้านก่อนสิ! ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำยังไง?”
ผู้ดูแลรีบตีหน้าเศร้า “ใช่ค่ะ ๆ ดิฉันสะเพร่าเอง คุณนายโปรดอภัยด้วยนะคะ ต่อไปจะระวัง… ไม่สิ จะไม่มีครั้งต่อไปแน่นอนค่ะ!”
ซู่เป่าจ้องมองผู้ดูแลเขม็งพลางพูดชัดถ้อยชัดคำว่า “เมื่อกี้ป้าไม่ได้ไปห้องน้ำ ป้ากำลังถือของสกปรกจะป้อนคุณปู่”
ถึงซู่เป่าจะมองไม่ชัดในตอนแรก แต่คุณแม่ซูจ