ิ่นอวี้และท่านอาจารย์จี้ฉางเห็นชัดเต็มสองตา!
แถมอาจารย์ยังบอกด้วยว่า บนหัวของป้าคนนี้มี ผีใจดำสิงอยู่ ใครที่มีผีตนนี้ติดตัวย่อมไม่ใช่คนดีแน่ ๆ
ผีใจดำเมื่อเห็นจี้ฉางก็ตั้งท่าจะเผ่นหนี แต่ถูกจี้ฉางใช้อาคมตรึงไว้บนหัวของผู้ดูแลอย่างแน่นหนา
“เอ่อ… คุณปู่แค่กินเมล็ดแตงเองนะคะ ไม่ได้กินอย่างอื่นเลย…” ผู้ดูแลเริ่มหงุดหงิดแต่ยังคงแสร้งทำหน้างง
ซู่เป่าเริ่มแจกแจงช่องโหว่ทีละข้อ “หนึ่ง ป้าคะ รองเท้าแตะของป้าตกอยู่ใต้เท้าคุณปู่ข้างหนึ่ง ป้าใส่รองเท้าข้างเดียวเดินไปห้องน้ำเหรอคะ?”
“สอง คุณปู่แกะเมล็ดไม่เป็น แต่เปลือกพวกนี้มีเยอะและแกะออกเรียบร้อยเลยนะคะ”
“สาม ถ้าคุณปู่กินเอง คุณปู่คงไม่เคี้ยวเมล็ดจนละเอียดเละเทะแล้วคายออกมาเพื่อกินซ้ำหรอกค่ะ แถมเมล็ดยังมีทรายผสมอยู่ด้วย” เด็กน้อยยกคำพูดของคุณแม่มาสรุปได้อย่างยอดเยี่ยม
ผู้ดูแลเริ่มลนลาน พยายามทำท่าเหมือนถูกใส่ร้าย “นี่… ฉันไม่รู้เรื่องจริง ๆ นะคะ! รองเท้าข้างนั้นน่ะ ฉันรีบวิ่งเกินไปจนมันหลุดเอง…”
“ส่วนเมล็ดแตง ฉันช่วยแกะให้ท่าน ท่านอาจใจร้อนหยิบกินเองเป็นกำมือตอนฉันไปห้องน้ำก็ได้นี่คะ?”
หลูซูเหวินขมวดคิ้วถามต่อ “แล้วเรื่องทรายที่ปนอยู่ในเมล็ดล่ะ?”
พี่เลี้ยงรีบแถ “อาจจะทำตกพื้นแล้วคุณปู่เก็บขึ้นมาเอง…”
ซู่เป่าทำหน้าเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย “ป้าคะ การโกหกมักมีช่องโหว่นะคะ คุณปู่นั่งอยู่บนรถเข็นจะก้มลงไปเก็บของบนพื้นได้ยังไงกัน? คนที่นั่งรถเข็นเก็บของ