้วนะ…”
เธอหันไปมองจนคอแทบเคล็ดและพบว่าชายหญิงชราคู่ก่อนหน้ามายืนชิดหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! พอจะวิ่งหนีขึ้นไป หันกลับไปอีกที คนแก่ในชุดคนไข้ก็มายืนติดหน้าเธอเสียแล้ว!
“คุณจวน… ฉันต้องไอเอาเสมหะออก… ฉันทรมานมาก ช่วยฉันหน่อย…” เขาพูดเสียงแผ่วพลางส่งกลิ่นเหม็นคาวชวนสะอิดสะเอียนออกมา
ฟานฉียวจวนจำได้แม่นยำ คนแก่คนนี้หมอกำชับว่าต้องช่วยเขาไอเอาเสมหะออกบ่อย ๆ และต้องระวังแผลผ่าตัดให้มาก ‘ใครจะไปทำไหวกันล่ะ? ไม่เหนื่อยตายเหรอ?’
หลังจากวันแรกเธอก็เริ่มขี้เกียจ เสมหะที่ไอออกมาก็ไม่เคยเททิ้ง พอหมอหรือญาติมาถามเธอก็โกหกว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว จนวันที่สามคนแก่เริ่มไอหนักขึ้นและปลุกเธอตอนดึก
คนดูแลที่นอนหลับไม่เต็มอิ่มจึงเกิดอารมณ์โมโห เธอแก้แค้นด้วยการบีบสายสวนปัสสาวะจนน้ำไหลย้อนกลับ วันรุ่งขึ้นคนแก่ก็เสียชีวิตจากการติดเชื้อเฉียบพลัน ซึ่งทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของการติดเชื้อหลังผ่าตัด
‘ร้องนักใช่ไหม ดูซิว่าจะยังร้องได้อีกหรือเปล่า!’…เธอจำได้ว่าเธอเคยเยาะเย้ยประโยคนี้ตอนศพถูกหามออกไป
“อ๊า……!” หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียงแล้ววิ่งหนี แต่ไม่ว่าวิ่งเท่าไหร่เธอก็ไปไม่ถึงชั้นห้าเสียที เธอวนเวียนอยู่ที่ชั้นสามและชั้นสี่สลับกันไปมา และทุกหัวมุมบันไดจะมีคนแก่คอยยืนดักทางเธอไว้
จากสามคนเพิ่มเป็นห้าคน แปดคน สิบคน… จนเธอหมดแรงขาจนแทบเป็นอัมพาต เธอขดตัวสั่นงันงกอยู่ตรงมุมบันได “อย่าเข้ามา! พวกคุณอย่าเข้า