้วหรือไงถึงได้ใส่ชุดไว้ทุกข์เดินร่อนแบบนี้!” เธอด่ากราดอย่างไม่ไว้หน้า วันนี้เธอถูกประจานจนป่นปี้ไปทั้งโลกออนไลน์แล้ว เธอจึงไม่สนที่จะแสร้งทำตัวเป็นคนดีอีกต่อไป
ขณะเดินผ่านยายแก่คนนั้น เธอเหลือบมองด้วยความระแวง แล้วเธอก็ต้องใจหายวาบเมื่อพบว่ายายแก่คนนั้นกำลังยืนเขย่งโดยเอาเพียงปลายเท้าแตะพื้นอยู่…
หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับกลองรบ
คนแก่คนหนึ่งจะมายืนด้วยปลายเท้าได้มั่นคงขนาดนั้นได้อย่างไร?
เธอรีบหันกลับไปมองด้านหลัง พบว่าชายชราคนเมื่อกี้ไม่รู้ว่าตามขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น! เธอเริ่มหวาดกลัวจนตัวสั่น คุณตาคนนั้นขึ้นมาตอนไหน ทำไมถึงไม่มีเสียงฝีเท้าหรือเสียงไม้เท้ากระทบพื้นเลยสักนิด!
เหงื่อเย็นผุดซึมจนชุ่มแผ่นหลัง ความกลัวกระตุ้นปาฏิหาริย์ให้เธอลากขาที่กะเผลกวิ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เธอต้องกลับบ้านให้ได้! ฟานเฉียวจวนหวังเพียงว่าจะไม่เห็นใครยืนอยู่ข้างบนอีก แต่ยิ่งกลัวก็ยิ่งเจอ เธอยังไม่ทันถึงชั้นสี่ ก็เห็นคนแก่อีกคนยืนรออยู่ตรงทางขึ้นเสียแล้ว
คราวนี้คนแก่คนนั้นสวมชุดคนไข้ของโรงพยาบาล…
ใครกันที่กลับบ้านแล้วยังใส่ชุดแบบนี้? วินาทีนั้นฟานเฉียวจวนตระหนักได้ทันทีว่าเธอเห็นผีเข้าให้แล้ว!
เธอนึกออกแล้วว่าคนแก่คนนี้คือใคร… นี่คือคนไข้มะเร็งปอดเพิ่งผ่าตัดคราวแล้วไม่ใช่หรือ?
หญิงสาวผงะถอยหลังด้วยความสยองขวัญ แต่กลับมีเสียงแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู “เหยียบฉันแล