บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า ปรมาจารย์สามสี่คนกำลังรุมล้อมกระดานหมากรุกหิน สองคนกำลังเล่นหมากรุกด้วยสีหน้าจริงจัง แต่ละคนมีรูปลักษณ์ที่สง่างามราวกับเป็นผู้วิเศษ
แต่ในวินาทีถัดมา
“โธ่เอ๊ย เดินผิดทางแล้ว ๆ ถอนออก ๆ!”
“พลาดแล้วก็ไม่เห็นต้องเสียใจ จินไห่ คุณมันตาแก่ไร้ยางอาย เล่นเกมคอมพิวเตอร์อยู่เหรอ ถึงจะกด ‘อันดู’ ได้น่ะ?”
ปรมาจารย์สองคนที่มีผมสีขาว เบิกตาโพลงและพ่นลมทางจมูกอย่างไม่เห็นด้วย จะมีผู้วิเศษที่ไหนเป็นแบบนี้ สุดท้ายสายตาของพวกเขาก็มุ่งไปที่กานซินที่อยู่ด้านข้าง “กานซินคุณพูดมา คุณเห็นด้วยกับใคร?!”
กานซินถือโทรศัพท์เอาไว้ขณะดูวิดีโอ พอได้ยินเขาก็เงยหน้าขึ้น มองทั้งสองด้วยสีหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสา “ฉันไม่รู้” เขาบอกว่า “ฉันเล่นหมากรุกไม่เป็น และก็ไม่เข้าใจมันด้วย”
‘เสแสร้ง!’ ปรมาจารย์ทั้งสองอดกลั้นไม่ยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าอีกฝ่าย พวกเขาต่างมองหน้ากันและกัน และรู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายเหลือเกิน “เฮ้อ ถ้าหานเชียนไม่ออกไปก็ดีสิ ฉันคงไม่ต้องเล่นหมากรุกกับคนไม่มีทักษะแบบคุณ”
“เมื่อไหร่ท่านผู้อาวุโสหานจะจัดการเรื่องที่ตีนเขาเสร็จสักที? ฉันก็ไม่อยากเล่นหมากรุกกับคุณ!”
กานซินลูบเคราของเขาขณะดูโทรศัพท์
หานเชียนคงจะยุ่งไปพักหนึ่งแหละ
……
“ในนามของตระกูลหาน ฉันโหวตให้สหายน้อยเฝ่ย”
ชายชราผู้กระตือรือร้นไม่ให้โอกาสหานคังผิงได้พูด และพูดต่อ “ตามกฎคนส่วนน้อยฟังคนส่วนใหญ่ ตราประทับนี้เป็นของสหายน้อยเฝ่ย!”