ากมาย ซู่เป่าไม่สะทกสะท้าน เด็กน้อยคว้ามือมู่กุยฝานแล้วเอ่ยเสียงอ้อน “คุณพ่อคะ พวกเขาไม่เชื่อหนูเลย…”
แววตาของมู่กุยฝานฉายแววดุร้ายขึ้นมาทันที “ไม่เป็นไร เดี๋ยวพ่อจะทำให้พวกเขาเชื่อเอง”
เขาต่อโทรศัพท์หาหวั่นเถาทันที “หวั่นเถา มาหาฉันหน่อย มาช่วยตรวจกล้องวงจรปิดที” หวั่นเถาที่ปลายสายถึงกับงง
‘ระดับท่านประมุขแค่ดีดนิ้วกล้องก็พังแล้วมั้ง ทำไมต้องให้เขาไปช่วย?’
‘แต่เขาก็เข้าใจในพริบตาว่างานนี้ต้องมีตบตาอะไรบางอย่างแน่ ๆ!’
มู่กุยฝานวางสายพลางยิ้มเย็น “ผมเป็นคนประเภททนเห็นลูกสาวถูกรังแกไม่ได้ เชิญทุกคนมานั่งฟังผลตรวจสอบด้วยกันหน่อยนะครับ!”
คุณหาวถึงกับขาสั่น ใครจะไปนั่งไหว! นั่งต่อหน้ามู่กุยฝานก็เหมือนนั่งบนเข็มทิศพัง ๆ นั่นแหละ เขาหันไปเข่นเขี้ยวใส่ผู้อำนวยการอวี๋ที่เป็นต้นเหตุ
ผู้อำนวยการเองก็แค้นซู่เป่าจนแทบจะกระอักเลือด เพราะเรื่องยุ่ง ๆ นี้อาจทำให้เขาเสียลูกค้าใหญ่อย่างตระกูลหาวไป
ในจังหวะนั้นเอง ซู่เป่าก็เอ่ยขึ้นมาว่า “จริง ๆ ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอกค่ะ เราให้คุณตาเป็นคนพูดเองก็ได้นี่นา!”
คุณหาวชะงักไป ส่วนคุณตาบนรถเข็นก็ถึงกับตกใจอึ้งจนน้ำลายหยุดไหลไปชั่วขณะ!
พยาบาลคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเก้อเขิน “เอ่อ… เธออาจจะยังไม่รู้นะจ๊ะ คุณท่านร่างกายไม่แข็งแรง ตอนนี้ท่านพูดไม่ได้หรอก…”
ไม่ใช่แค่พูดไม่ได้ แต่มือของคุณตายังเป็นอัมพาตจนหดเกร็งเข้าหากัน แม้แต่จะจับปากกาเขียนหนังสือก็ยังเป็น