นคนอื่นเขาคงวิ่งหนีไปนานแล้ว”
เธอพูดเสียงนุ่มนวลทิ้งท้ายว่า “แต่ก็นะ… ใครใช้ให้พี่จื่อซีเคยเป็นเด็กนิสัยไม่ดีมากล่ะคะ?”
ซูจื่อซีไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืดกับคนโง่ให้เสียเวลา เขาเพียงแค่แค่นเสียง “ฮึ” หนัก ๆ ในลำคอเพื่อแสดงความรำคาญใจ ก่อนทิ้งตัวลงนอนแหมะบนเตียงราวกับหมดเรี่ยวแรง แล้วหลับตาลงนิ่งเพื่อระงับอารมณ์พลุ่งพล่าน
เขารู้สึกอ่อนเพลียไปถึงขั้วหัวใจ… ลำพังแค่ต้องรับมือกับผีเจ้าเล่ห์ที่เมืองหนานเฉิงเขาก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว กลับมาถึงบ้านยังต้องมาเจอพี่ชายที่สมองปัญญาอ่อนพอกัน ไล่ปราบผีด้วยกระเทียมกับกระทะเหล็กจนเขาเจ็บตัวฟรีไปทั้งตัวอีก
ท่ามกลางความเงียบในห้อง ซูจื่อซีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยความขมขื่น ทุกคนบอกว่าเขาเป็นเด็กไม่ดี “เคยเห็นเด็กไม่ดีคนไหน หาเงินเลี้ยงตัวเองไหมล่ะ?”
ซู่เป่านั่งอยู่ข้าง ๆ ดวงตาใสแป๋วคู่นั้นจ้องมองพี่ชายด้วยความสงสัย “แล้วทำไมพี่ต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะคะ?”
ซูจื่อซีเงียบไปพักใหญ่ราวกับกำลังขุดคุ้ยความทรงจำที่อยากจะลืม “ก่อนที่น้องสาวเกิด… พ่อกับแม่ก็ยังดีกันอยู่ ถึงจะไม่หวานชื่นเหมือนคู่อื่น แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังอยู่ด้วยกัน”
“แต่พอมีเธอเข้ามา ทุกอย่างก็พังทลายลง…” เขาเล่าถึงเสียงทะเลาะวิวาทที่ได้ยินมาตลอด ยายกับแม่เถียงกันเรื่องแม่วางแผนหลอกพ่อจนตั้งท้องเขาขึ้นมา และเรื่องที่พ่อกับแม่จะหย่ากัน “ไม่มีใครถามความเห็นฉันสักคำ เหมือ