นว่าฉันไม่มีตัวตนซะอีก”
พ่อไม่กลับบ้าน ส่วนแม่ก็ทุ่มเทความรักทั้งหมดไปให้น้องสาว
“ครั้งแรกที่ฉันเจอน้องสาว ฉันแค่ยื่นมือไปแตะหน้าเธอเบา ๆ เธอก็ร้องไห้ออกมา แม่โกรธเลยมาตบหน้าฉันทันที ตั้งแต่นั้นแค่จะเข้าใกล้เธอ แม่ก็ไล่ฉันให้ไสหัวไปไกล ๆ เหมือนฉันเป็นตัวซวย”
ซูเหอเวิ่นที่แอบฟังอยู่ถึงกับช็อก “มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริง ๆ เหรอเนี่ย?”
“น้องร้อง แม่อุ้มทั้งคืนไม่หลับ แต่พอฉันป่วย แม่ไม่มาดูสักครั้ง” จื่อซีแค่นเสียงหึ “น้องสาวอยากได้อะไร แค่บีบน้ำตานิดหน่อยก็ได้ทุกอย่าง”
“แต่พอฉันขออะไรบ้าง แม่จะตะคอกใส่ว่าฉันมันตัวสร้างปัญหา ไม่รู้จักคิด… สุดท้ายฉันก็เข้าใจว่า สำหรับที่นี่…ฉันคือส่วนเกิน”
เขาเล่าถึงคืนฝนพรำในอดีตที่เขาพยายามปิดหน้าต่างจนพลัดตกลงมาจากชั้นสอง ร่างน้อย ๆ กระแทกพื้นจนขยับไม่ได้ เขานอนจมกองเลือดและสายฝน ร้องเรียกหาแม่สุดเสียงแต่กลับไม่มีใครได้ยิน เพราะคนในบ้านต่างมีภารกิจและอยู่ไกลกันหมด
“ฉันคลานกลับไปเคาะประตูห้องแม่ในสภาพนั้น แต่แม่กลับเปิดมาด่าฉันว่าทำน้องตื่น สั่งให้ไสหัวไป”
เขาขดตัวอยู่บนเตียงท่ามกลางความมืดมิด ร่างสั่นเทิ้มด้วยพิษไข้ที่รุมเร้าอย่างหนัก ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าในใจของเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะเต็มไปด้วยความกลัวและความโดดเดี่ยวขนาดไหน แม้แต่ในวันที่สองที่เขาป่วยจนแทบลุกไม่ขึ้น แม่ก็ไม่เคยเฉียดกายมาดูดำดูดี
“ผมรอดมาได้ หลังจากนั้นก็รู้แล้ว ต้องพึ่งตัวเอง ท