บทที่ 212 การตายของผีเจ้าเล่ห์
ยิ่งถูกสั่งห้าม ซู่เป่าก็ยิ่งสงสัยหนักขึ้นไปอีก เด็กน้อยถามตาใส “ทำไมถึงถามไม่ได้ล่ะคะ?”
“เด็ก ๆ เขาไม่ถามเรื่องนี้นะ!” ผีเจ้าชู้รีบเบรก
ซู่เป่าไม่ยอมแพ้ “ทำไมเด็ก ๆ ถึงถามไม่ได้ล่ะ? แล้วผู้ใหญ่ถามได้เหรอ? งั้นถ้าหนูโตขึ้น คุณป้าต้องบอกหนูนะคะ!”
ผีเจ้าชู้ทำตัวไม่ถูก จึงแสร้งกระแอมไอแก้เขิน
ส่วนผีขี้ขลาดเห็นท่าไม่ดีรีบเปลี่ยนประเด็น “เล่าต่อสิ! แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?”
ผีเจ้าเล่ห์ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นมัวเมื่อนึกถึงอดีตอันขมขื่น
ผีเจ้าชู้เอียงคอถามแทรกขึ้นมาด้วยแววตาซุกซนและขี้เล่นจัด เธอจีบปากจีบคอถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “เป็นอะไรไปจ๊ะ? ทำหน้าบูดเบี้ยวเหมือนกินยาขมไปได้… หรือจะบอกว่าพอกลั้นใจตัดส่วนสำคัญนั่นทิ้งเสร็จปุ๊บ ราชวงศ์ชิงก็ถึงคราวล่มสลายปั๊บ?”
ผีเจ้าเล่ห์ถึงกับนิ่งงัน ใบหน้าซูบตอบบิดเบี้ยวจนดูน่าเกลียดกว่าเดิมด้วยความอัดอั้น
ผีขี้ขลาดเห็นท่าไม่ดี รีบถลึงตาใส่พร้อมกับยื่นมือไปหยิกแขนผีเจ้าชู้แรง ๆ หนึ่งทีพลางดุเสียงเขียว “พอเลยเถอะ ปิดปากซะบ้าง พูดต่อหน้าเด็กไม่ดูตาม้าตาเรือเลย”
ผีเจ้าชู้โดนหยิกจนตัวโยน เธอหัวเราะคิกคักพลางเอามือป้องปากด้วยท่าทางจริตจะก้านอย่างที่ชอบทำ แต่ก็ยอมสงบปากสงบคำและเงียบลงในที่สุด แม้ดวงตาจะยังพราวระยับด้วยความสะใจที่ได้ปั่นประสาทขันทีเฒ่าก็ตาม
ผีเจ้าเล่ห์ถอนหายใจยาวก่อนเล่าต่อ “ไม่ใช่อย่างนั้น… พ