อตัดเสร็จข้าก็ได้เข้าวังอย่างราบรื่น แถมโชคดีได้ไปรับใช้ในตำหนักของไท่เฟย”
การรับใช้ไท่เฟย หรือสนมของฮ่องเต้องค์ก่อนนั้น ไม่ได้มีการชิงดีชิงเด่นรุนแรงเหมือนวังของพระสนมคนอื่น ๆ ขอเพียงดูแลให้ดีก็พอ แต่เพราะไท่เฟยต้องเป็นหม้ายอยู่ในวังหลังตลอดชีวิต บางคนจึงเริ่มมีใจออกนอกลู่นอกทาง
“คนที่ได้อยู่ใกล้ชิดดูแลห้องบรรทมของไท่เฟย ฐานะย่อมไม่เหมือนขันทีทั่วไป…” ผีเจ้าเล่ห์กล่าว
แรกเริ่มเขาแค่ไม่อยากอดตาย เพียงมีข้าวกินมีเสื้อผ้าสวม แต่พอเริ่มมีอำนาจก็เริ่มไม่พอใจ เขาจึงใช้อุบายสารพัดเพื่อให้ได้เป็น ‘คนดูแล’ ไท่เฟยถึงบนเตียงบรรทม
“มีขันทีจำนวนมากอยากแย่งตำแหน่งของข้า ข้าจึงโกหกไท่เฟยไปว่า… ของข้าขึ้นมาใหม่แล้ว”
ผีเจ้าชู้แทรกขึ้น “เดี๋ยว ๆ ขันทีเนี่ยนะ? ไท่เฟยเชื่อได้ไงว่าของมันงอกกลับมาใหม่ได้?”
ผีขี้ขลาดก็งง “ของแบบนั้นมันงอกได้เหมือนหางจิ้งจกเหรอ?”
ซู่เป่าทำหน้างงหนักกว่าเดิมเมื่อฟังบทสนทนาที่ยากจะเข้าใจสำหรับเด็ก
ซูจื่อซีเองก็ยืนทำหน้าเหวอพอกันกับน้องสาว
ผีเจ้าเล่ห์รีบละล่ำละลักอธิบายเพื่อกู้ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่น้อยนิด “ในห้องทำหมันน่ะ… ถ้าตอนลงมีดตัดไม่สะอาดหรือรากมันยังหลงเหลืออยู่ มันก็ต้องกลับไปเฉือนใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีกรณีแบบนี้เยอะแยะไป!”
“โอ้โห… ได้ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย!” ผีเจ้าชู้กับผีขี้ขลาดอุทานออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ทั้งสองทำตาโตพยักหน้าหงึกหงัก ราวกับกำลังฟังวิชาประวัต