ิศาสตร์นอกตำรา
ช่วงแรกเขาก็รอดมาได้เพราะขอให้ปิดไฟมืด ๆ แต่พอนานวันเข้า ไท่เฟยก็เริ่มสงสัย
ผีเจ้าชู้อยากถามใจจะขาดว่าสงสัยตรงไหน? ขนาดหรือเนื้อสัมผัส?
แต่พอเห็นซู่เป่ายืนตาแป๋วอยู่ก็ต้องกลั้นใจเอาไว้
ผีเจ้าเล่ห์เล่าต่อว่า “ข้ากลัวไท่เฟยจะรู้ความจริงแล้วสั่งโบยจนตาย… ข้าเลยหาวิธีฆ่าแกะเอาหนังมาทำเป็นไส้แล้วยัดด้วยใบยาสูบฉีกฝอยสวมทับไว้ที่ตัวเอง” ได้ยินถึงตรงนี้ ขนาดเป็นผีด้วยกันยังรู้สึกขนหัวลุก! ช่างเป็นวิธีการที่วิปริตและน่าสยดสยองจริง ๆ
“คำโกหกหนึ่งเรื่อง ต้องใช้คำโกหกอีกร้อยเรื่องมาปิดบัง…” เขาเล่าถึงการที่เริ่มฆ่าคนจริง ๆ เพื่อเอาหนังมาปกปิดความลับของตัวเอง จนกระทั่งความแตกเมื่อฮ่องเต้เริ่มสงสัยเรื่องขันทีที่ตายจากการทำหมันบ่อยผิดปกติ
เขาเล่าถึงการหนีหัวซุกหัวซุน การถลกหนังหน้าคนตายมาแปะหน้าตัวเองเพื่อพรางตัวจนหนังเริ่มเน่าเหม็น และสุดท้ายเมื่อถูกต้อนจนมุมในตำหนักพระสนม “ข้าเลยตัดสินใจคว่ำตะเกียงน้ำมัน เผาตำหนัก… และยอมเผาใบหน้ากับส่วนนั้นของตัวเองเพื่อไม่ให้ใครจำศพได้”
ผีเจ้าชู้และผีขี้ขลาดถึงกับอึ้ง
นี่มันไม่ใช่แค่ใจดำแล้ว แต่มันคือปีศาจในร่างคนชัด ๆ!
สุดท้ายเขาตายจากการติดเชื้อรุนแรง ความเจ้าเล่ห์ไม่ได้ช่วยให้เขารอดพ้น แต่กลับทำให้ต้องตายอย่างทรมาน และวนเวียนอยู่ในวังวนความกลัวมานับร้อยปี
ซู่เป่าส่ายหัว “แล้วจะไปโทษใครได้ล่ะคะ?” ผีเจ้าเล่ห์นิ่งเงียบ ซู่เป่าจึงถามต่อ “แล้วทำไ