ยความร่าเริง
จื่อซีได้แต่ยืนอึ้ง… นี่เธอวิ่งเข้าไปจริง ๆ เหรอ? ยัยน้องสาวคนนี้น่าเชื่อถือไม่ได้เลยสักนิด!
เขายืนอึกอักอยู่หน้าประตู ใจหนึ่งก็อยากวิ่งกลับห้อง ใจหนึ่งก็ไม่กล้าอยู่คนเดียวในทางเดินมืด ๆ
ไม่เข้า ยังไงก็ไม่เข้าเด็ดขาด!
แต่ยังไม่ทันคิดจบ เสียงพูดหายใจแผ่วเบาก็ดังขึ้นข้างใบหู “ในที่สุด…เธอก็มา…”
“ซู่เป่า!” ม่านตาของจื่อซีหดเล็กลง ประสาทรับรู้เพิ่งจะสั่งการให้วิ่งหนีสุดชีวิต เขากระโดดก้าวเดียวก็พุ่งเข้าไปในห้องข้าง ๆ ทันที
ภายในนี้เป็นอพาร์ตเมนต์สองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นที่ดูธรรมดา โซฟาผ้าลินินสีเทาตัวจิ๋วตั้งอยู่กลางห้อง ห้องครัวและห้องน้ำอยู่เยื้อง ๆ กัน ไม่มีโทรทัศน์หรือความบันเทิงใด
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือห้องนอนห้องหนึ่งที่เปิดประตูกว้าง ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา แสงสีแดงสดก็พุ่งเข้าประทะสายตา
ผ้าปูที่นอนสีแดง ผ้าห่มสีแดง หมอนสีแดง บนโต๊ะเครื่องแป้งมีกระจกที่ติดตัวอักษร ‘มงคล’ สีแดงขนาดใหญ่ ข้างกระจกมีเทียนสองเล่มที่มอดไหม้จนเกือบถึงโคน
และปลายเตียง… มีรองเท้าส้นสูงสีแดงสดวางคู่กัน
ลมพัดผ่านวูบหนึ่ง ราวกับเสียงถอนหายใจนั้นยังคงวนเวียนอยู่ข้างหู จื่อซีรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ ขนลุกครั้งแล้วครั้งเล่าจนไม่กล้าหันหลังไปมอง “ซู่เป่า… เธออยู่ไหน!” เขาตะโกนเรียกเสียงสั่น
จู่ ๆ หัวเล็กก็โผล่มาจากด้านหลัง “หนูอยู่นี่ไงคะ!”
จื่อซีสะดุ้งจนตัวลอย “โว้ย!! ทำไมชอบโผล่มาแบบไม่มีเ