รอกค่ะ”
“แล้ว… แล้วฉันต้องทำยังไงดีล่ะ?” จื่อซีกุมขมับรู้สึกเหมือนหมดหนทาง
เขามองเห็นซู่เป่าเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าเล็กนั้นดูจริงจังและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน น้องสาวตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วพูดเสียงหนักแน่น “ไม่ต้องกลัวนะคะพี่ชาย… มีซู่เป่าอยู่ทั้งคน!”
จื่อซีตะลึงไปชั่วขณะ…
เด็กหญิงตัวน้อยที่มีความสูงแค่ไหล่ของเขา แต่ในดวงตากลับมีพลังบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด ความกังวลที่แบกไว้ดูเหมือนจะเบาบางลงเพียงเพราะคำพูดคำเดียวของน้องสาวคนนี้
ซูจื่อซีเงียบงันลงทันที เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แต่ในใจกลับวุ่นวายสับสนไม่หยุด
เวลาเที่ยงคืนตรง
หอพักแห่งนี้จมดิ่งสู่ความเงียบงัน เป็นความเงียบที่เยือกเย็นและวังเวงเสียจนดูไม่เหมือนสถานที่ในโลกมนุษย์ ลมภายนอกที่เคยหวีดหวิวกลับสงบนิ่งน่าประหลาด
ตามระเบียงทางเดินอันยาวเหยียด มีโคมไฟทรงกระบอกติดตั้งอยู่ทุก ๆ สองเมตร แสงไฟสลัวฝังอยู่บนเพดานไม่ได้ให้ความสว่างมากนัก แต่มันกลับขับเน้นให้ทางเดินดูมืดมัวและพร่าเลือนยิ่งขึ้น…
จนทำให้คนเผลอคิดไปว่า เส้นทางเบื้องหน้านี้อาจไม่ใช่ทางเดินในอาคาร แต่เป็นเส้นทางทอดยาวไปสู่ปรโลก
ซู่เป่ากระชับดาบไม้ท้อในมือแน่น เธอสะพายถุงผ้าสีเหลืองใบเล็กที่ข้างในบรรจุไอเทมปราบผีครบชุด ทั้งเหรียญอีแปะร้อยเชือก กระดาษเงิน และยันต์กระดาษเหลือง
โดยมีซูจื่อซีเดินตามหลังมาติด ๆ ชนิดที่แทบจะเหยียบส้นเท้ากัน ใบหน้าของเขาเคร่