ก็จะตามหลอกหลอนพี่ไม่จบสิ้นค่ะ” ซู่เป่านับนิ้วอธิบาย “พี่จะฝันร้าย ป่วยหนัก จิตใจสับสน เป็นโรคประสาท โรคด่างขาว ลมชัก ไตเสื่อม เชื้อราในเล็บ…”
“พอ! หยุดเดี๋ยวนี้!” จื่อซีรีบเบรกก่อนโดนแช่งไปมากกว่านี้
“สรุปคือหนีพ้นวันแรกแต่หนีไม่พ้นวันที่สิบห้าค่ะ ต้องแก้ตรงต้นเหตุ” น้องสาวสรุปด้วยคำพูดของอาจารย์
“แล้วทำไมต้องมาถึงที่นี่? เรียกยัยผีนั่นไปจัดการที่ปักกิ่งไม่ได้เหรอ?”
“เอ๊ะ… ทำไมหนูคิดไม่ได้นะ?” ซู่เป่าตาโต
“งั้นเรารีบกลับกันเถอะ!” จื่อซีดีใจจนเนื้อเต้น
แต่ซู่เป่ากลับส่ายหน้าหวืด “ไม่ได้ค่ะ!”
“ทำไมล่ะ?!”
“ค่าห้องมันคืนเงินไม่ได้ค่ะ ถ้าไม่พักเงินก็จะเสียเปล่า!”
“ฉันคืนเงินให้เธอเอง! เอาไปเลย!” จื่อซีรู้สึกแทบอยากทึ้งผมตัวเองทิ้ง
ซู่เป่าทำหน้าจริงจัง “เงินที่พี่ชายให้ก็เป็นของพี่ชายค่ะ ส่วนเงินที่คุณพ่อจ่ายค่าห้องก็เป็นของคุณพ่อ ถ้าหนูรับเงินพี่แล้วทิ้งห้องนี้ เงินคุณพ่อก็เสียเปล่าสิคะ”
ตรรกะเรื่องความตระหนี่ของเด็กน้อยช่างแข็งแกร่งจนจื่อซีเถียงไม่ออก…
ใครจะเชื่อว่าเจ้าหญิงน้อยของตระกูลซู จะยอมสู้กับผีเพียงเพราะเสียดายค่าห้องไม่กี่พันหยวน!
จื่อซี ตามปกติเป็นพวกหาเงินเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เข้าใจซึ้งถึงความลำบากกว่าจะหาเงินได้แต่ละหยวน
เขาต้องเป็นคู่ซ้อมให้คนอื่นตั้งหนึ่งวันเต็ม ถึงจะได้เงินพันหยวนมา…
เมื่อคิดได้ดังนั้น ตรรกะเรื่องเสียดายค่าห้องของเขาก็เลยจูนติดกับซู่เป่าได้ทันควัน