ี่ย!”
จื่อซีคร้านจะเถียงด้วย เขาเอนหลังพิงเบาะปล่อยให้น้องสาวเฝ้ามิเตอร์ไปคนเดียว ซู่เป่าโน้มตัวไปจ้องตัวเลขบนมิเตอร์ตาไม่กะพริบ ห็นเลข 89 อยู่ดี ๆ ก็พรวดขึ้นเป็น 96 ในพริบตาเดียว เธอถึงกับสะดุ้งตัวโยน
“ถึงแล้วครับ” คนขับบอก
ซู่เป่าขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างรุนแรง ขับมาอีกแค่นิดเดียว ขึ้นมาตั้ง 7 หยวนเชียวนะ!
ระยะแค่นี้หนูเดินสองก้าวก็ถึงแล้ว!
เด็กน้อยวัยสี่ขวบทำหน้าลำบากใจพลางเอ่ยขอเบา ๆ “คุณลุงคะ… รบกวนคุณลุงช่วย ‘ถอยหลัง’ ไปอีกนิดได้ไหมคะ?”
คนขับถึงกับร้อง “เอ๊ะ?” ด้วยความงุนงง “ผมขับเลยเหรอ? ไม่นะ ผมจอดเป๊ะตามพิกัดเลยนะเนี่ย!”
“ถอยไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวโดนกล้องวงจรปิดจับภาพได้จะโดนปรับเอา”
“เปล่าค่ะ… เมื่อกี้มิเตอร์มัน 89 หยวนเอง หนูมีเงินพอดีแค่นั้นค่ะ!” ซู่เป่าส่ายหัว
“หนูน้อย การถอยหลังเขาก็คิดเงินเพิ่มนะ”
“หา?!” ซู่เป่าอ้าปากค้าง “ถอยหลังยังต้องจ่ายเพิ่มเหรอคะ? มิเตอร์นี่มันไม่มีจรรยาบรรณเอาเสียเลย!”
คนขับเห็นความน่ารักปนงกของยัยหนูก็ใจอ่อน “ช่างเถอะ ๆ เอาแค่ 85 หยวนก็พอ ลุงไม่คิดมาก”
“ขอบคุณค่ะลุง!” ซู่เป่าตาเป็นประกาย รีบชักแบงก์ร้อยสีแดงสดออกมาจากซองอั่งเปาทันที
“นั่นไง… มีเงินอยู่นี่นา” คนขับแท็กซี่กระตุกมุมปาก
ซู่เป่าเขินจนหน้าแดงพึมพำเสียงค่อย “ก็คุณพ่อบอกว่า ประหยัดได้เท่าไหร่ก็ต้องประหยัดนี่คะ…”
มู่กุยฝานที่แอบดูผ่านกล้องอยู่ถึงกับกุมขมับ
พ่อไม่เคยพูดแบบนั้นสั