ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทิ้งให้จื่อซียืนสั่นสู้ลากกระเป๋าตามไปแบบวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
จื่อซีเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงตระหง่านสองหลังที่ตั้งประจันหน้ากัน บนยอดตึกมีตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวส่องประกายสลัว
ซู่เป่าเขย่งเท้าลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ ก่อนลากพี่ชายเข้าลิฟต์ไปพร้อมกัน “ไปกันเถอะค่ะ!”
ลิฟต์เคลื่อนตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดชั้น 34 ตึกนี้สูงมากและถูกออกแบบให้มีห้องพักหนาแน่น ระเบียงทางเดินยาวเหยียดเสียจนมองไม่เห็นปลายทาง แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่ ๆ ดูหม่นหมอง
จื่อซีกวาดสายตามองเพียงแวบเดียว รูขุมขนทั่วร่างก็ลุกเกรียว ความเย็นเยียบประหลาดเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากใต้ฝ่าเท้า
“ทางเดินทั้งยาวทั้งแคบแบบนี้ เป็นจุดรวมพลังงานค่ะ มักจะมีผีสิงได้ง่ายมากเลย” ซู่เป่าวิเคราะห์เสียงใส
เนื่องจากที่นี่ไม่ใช่โรงแรมหรู แต่เป็นอาคารที่ปะปนกันระหว่างผู้เช่าระยะสั้นและระยะยาว พื้นทางเดินจึงไม่ได้ปูพรม เสียงล้อกระเป๋าเดินทางที่จื่อซีลากจึงดัง กึก ๆ ก้องสะท้อนไปตามทางเดิน
ตามระเบียงสองข้างทาง บางห้องเปิดประตูทิ้งไว้เพื่อรับลม ผู้เช่าบางคนนั่งเหม่อลอยอยู่หน้าประตู พอเห็นเด็กสองคนเดินผ่านมาก็ได้แต่เหลือบมองด้วยสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึก
จื่อซีรู้สึกว่าเส้นทางนี้มันยาวนานราวกับไม่มีวันสิ้นสุด ในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่ห้อง 34008 ซู่เป่าแตะคีย์การ์ดจนได้ยินเสียง
ปิ๊บ!
ทว่าทันทีที่ประตูถูกผลักออก สายลมเย็นยะเยือกพ