อกว่าจะกินสิบเอ็ดลูกค่ะ” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
มู่กุยฝานเบ้ปากเบา ๆ พลางค้านในใจว่าคุณลุงสามคงจะกินไหวหรอกนะนั่น ลำบากลูกสาวสุดที่รักของเขาต้องมานั่งคีบไปเสิร์ฟให้อีก
“ซู่เป่า…” เสียงทุ้มนุ่มนวลไพเราะดังขึ้นที่หน้าประตูห้องครัว
ซูเยว่เฟยยืนพิงกรอบประตูในชุดกัปตันสีขาวสะอาดตา ไหล่กว้างเหยียดตรงดูสง่างามประดับด้วยแถบทองสี่แถบที่บอกถึงตำแหน่งสูงสุด แสงไฟในห้องครัวสะท้อนกับกระดุมโลหะจนดูระยิบระยับราวกับพระเอกหลุดออกมาจากซีรีส์
“ว้าว! คุณลุงสามหล่อจังเลยค่ะ!”
เหอะ… ก็แค่นักบิน มีอะไรน่าตื่นเต้นกัน?
มู่กุยฝานยืนกอดอกมองดูด้วยแววตาเย็นชา แต่ในใจกลับเริ่มวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเห็นซู่เป่าไม่ได้แค่ชมด้วยปาก แต่ยังวิ่งเข้าไปเกาะแข้งเกาะขากัปตันหนุ่มราวกับเจอไอดอลในดวงใจ
ซู่เป่ายื่นตะกร้าบ๊ะจ่างให้ลุงสาม “บ๊ะจ่าง 11 ลูกตามสั่งค่ะ!”
ซูเยว่เฟยเอ็นดูจนต้องอุ้มหลานสาวขึ้นมาหอมฟอดใหญ่ แล้วส่งกล่องของขวัญใบสวยให้ “นี่ของขวัญสำหรับหนู”
“ว้าว! ขอบคุณคุณลุงสามค่ะ คุณลุงสามใจดีที่สุดเล้ย!” ซู่เป่ากอดคอคุณลุงสามแน่นด้วยความดีใจ
อืม… ชักจะไม่ชอบใจขี้หน้าเจ้าลุงสามนี่ขึ้นมาจริง ๆ แล้วสิ
คุณพ่อจอมขี้อิจฉาคิดในใจ แสร้งเสมองไปทางอื่น
ในระหว่างมื้ออาหาร ซู่เป่าเอ่ยขึ้นตามคำแนะนำของจี้ฉางว่าอยากจะไปย่านทางทิศใต้ของเมือง คุณยายซูวางตะเกียบลงทันที “ไม่ได้! หนูจะไปคนเดียวได้ยังไงกัน นี่มันเรื่องตลกหรือลูก?”