ั้นด้วยความรู้สึกอธิบายไม่ถูก ซู่เป่าถูกปลุกกลางดึกแต่กลับไม่มีท่าทีโกรธเคืองเลยสักนิด เสียงของเธอนุ่มนวล ราวกับกลัวว่าเขาจะหวาดกลัว จึงส่งเสียงรายงานตัวตลอดทางเพื่อให้เขารู้ว่าเธออยู่ใกล้ ๆ
ไม่นานนัก เสียงนุ่มในโทรศัพท์ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าหน้าทางเดิน แป๊ก! ไฟทางเดินถูกเปิดขึ้นจนสว่างจ้า
จื่อซีหรี่ตาลงและใช้มือบังแสงที่จู่โจมกะทันหัน ในความพร่าเลือนนั้น เขาเห็นเด็กน้อยตัวกลมป้อมวิ่งดุ่ม ๆ เข้ามาหาเขา ซู่เป่ากระโดดปุบปับแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง นั่งอยู่ด้านข้างเขา “พี่ชาย… ฝันร้ายอีกแล้วเหรอคะ?”
จื่อซีนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ หัวใจที่เคยเต้นรัวเริ่มสงบลงอย่างน่าประหลาด ซู่เป่ายื่นมือเล็ก ๆ มาตบหลังเขาเป็นจังหวะ “ไม่ต้องกลัวนะ… ไม่ต้องกลัวนะคะ!”
จื่อซีเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนพึมพำเสียงเบา “เธอไม่คิดว่ามันน่าตลกบ้างหรือไง”
“หืม? ไม่ตลกเลยค่ะ” ซู่เป่าตอบซื่อ ๆ “พี่ชายเพิ่งอายุเจ็ดขวบเอง กลัวตอนอายุเจ็ดขวบเป็นเรื่องปกติจะตายไป ขนาดฉี่รดที่นอนตอนอายุเท่านี้ยังปกติเลยนะคะ”
ขอบคุณนะที่ปลอบใจ คราวหน้าไม่ต้องก็ได้!
ซูจื่อซีล้มตัวลงนอนหันหน้าเข้าหาผนัง ทำท่าเหมือนไม่อยากสนใจเธออีก ทว่าเมื่อซู่เป่าเริ่มตบหลังเขาเบา ๆ อีกครั้ง คราวนี้เขากลับไม่ได้ขยับหนีหรือปฏิเสธเหมือนทุกที ส่วนน้องสาวตัวแสบพอเห็นพี่ชายสงบลง เธอก็หาวหวอดหนึ่งที แล้วผล็อยหลับไปข้าง ๆ กัน
จื่อซีที่นอนเกร็งอยู่ค่อย ๆ โผล่ลูกตาออกมาจา