บทที่ 200 สองพ่อลูกจอมเผด็จการ
หลังระเบิดอารมณ์จนสร้างปาฏิหาริย์ คุณนายซูก็ปล่อยไม้เท้าลงอย่างหมดแรง เธอทรุดตัวกลับลงบนรถเข็นด้วยแววตาหม่นหมอง และเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
บรรยากาศในบ้านเงียบสงัดจนน่าอึดอัด ทุกคนยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าควรเข้าไปดูอาการของซูจื่อซีที่เพิ่งถูกฟาด หรือควรจะตกใจเรื่องคุณนายของบ้านกลับมาลุกขึ้นยืนได้เองดี
“ป้าอู๋ ไปเอากล่องยามา” ซูอีเฉินเป็นคนทำลายความเงียบขึ้นมา “พี่รองกับอิงเอ๋อร์ พาคุณแม่กลับห้องไปพักผ่อนซะ”
เขามองไปยังท่านปู่ซูที่ยังยืนตะลึงตาค้าง “น้องสี่ พาคุณพ่อกลับห้องด้วย”
เมื่อถูกพามาถึงห้อง คุณนายซูยังคงก้มหน้านิ่งไม่ยอมปริปากพูดอะไร ไม่ใช่ว่าเธอไม่รักหลานชายคนนี้ ตรงกันข้าม เธอเสียใจทันทีที่ไม้เท้าฟาดลงไป
แต่ลูกธนูเมื่อถูกยิงออกไปแล้วย่อมไม่มีวันหวนคืน ในเมื่อพูดก็ไม่ฟัง ห้ามก็ไม่เชื่อ เธอจึงไม่รู้ว่าควรจัดการกับความอัดอั้นนี้อย่างไร…
“แม่ครับ อย่าคิดมากเลย ไม่ใช่ความผิดของแม่หรอกครับ” ซูอิงเอ๋อร์พยายามปลอบ “สถานการณ์แบบนั้น ใครเป็นแม่ก็ต้องเหลืออดจนอยากฟาดเจ้าเด็กดื้อคนนั้นทั้งนั้นแหละ”
ซูจื่อหลินพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช้า ๆ “ใช่ครับ…”
เมื่อหญิงชรากลับเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความสับสน “ลูกรอง… อิงเอ๋อร์… เมื่อกี้ แม่ลุกขึ้นยืนเองจริง ๆ ใช่ไหม?”
ซูอิงเอ๋อร์และซูจื่อหลินต่างคิดพร้อมกันว่า… ‘ไม่ได้แค่ลุกขึ้นยืนธรรมดา ๆ นะสิ แต่ดุขนาดฟาดคนจนไม้แทบหักเลยล