่ะ!’
แม่บ้านอู๋ถือกล่องยามาด้วยท่าทางลังเล ซูอีเฉินยื่นมือออกไป “ส่งมาให้ผมเถอะ”
คุณแม่บ้านถอนหายใจยาว “คงไม่มีประโยชน์หรอกค่ะคุณชายใหญ่ คุณชายไม่มีทางยอมให้ใครทายาให้แน่ ๆ ยกเว้นแต่จะต้องมัดตัวส่งโรงพยาบาลเหมือนคราวแล้ว…”
ซูอีเฉินรู้ดีว่าหลานชายคนนี้หัวแข็งแค่ไหน ถ้าเขาบอกว่าไม่ คือไม่ ต่อให้บังคับ เด็กชายก็พร้อมจะหนีออกจากบ้านทันที
“ผมจัดการเอง!” มู่กุยฝานเอ่ยขึ้นพลางรับกล่องยามา
มู่กุยฝานเดินนำเข้าไปในห้องของซูจื่อซี โดยมีซู่เป่าเดินเตาะแตะตามหลังมาติด ๆ เขาไล่ซูอีเฉินและคนอื่นออกไปหมดแล้ว ในเวลาแบบนี้ การให้คนนอกอย่างเขาเข้ามาจัดการน่าจะเหมาะสมแล้ว เพราะเขาสามารถใจแข็งได้มากกว่าใคร
ซูจื่อซีเอนหลังพิงโซฟา ใบหน้าบึ้งตึงเย็นชา “ไสหัวออกไป!”
ซู่เป่าเงยหน้ามองคุณพ่อ มู่กุยฝานเมินคำผลักไสไล่ส่ง เขานั่งลงข้างเด็กชาย หยิบน้ำมันนวดออกมาแล้วลงมือป้ายลงบนแผลทันทีโดยไม่บอกกล่าว ซูจื่อซีเจ็บจนตัวดีดขึ้นมานั่งตัวตรง
“บอกให้ไสหัวไปไง! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ? ใครต้องการความห่วงใยจากพวกคุณ!” เขาตะโกนลั่นพลางลุกหนี
ทว่ามู่กุยฝานกลับคว้าไหล่เขาไว้แล้วกดร่างเด็กหนุ่มลงบนโซฟาโดยง่ายดายด้วยมือเดียว “ฉันจะทำอะไรไม่เคยต้องรอให้ใครอนุญาต” มู่กุยฝานเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลัง “มีแค่ว่า ฉันจะทำ หรือ ฉันไม่ทำ เท่านั้น”
เด็กชายอึ้งจนเถียงไม่ออก ส่วนซู่เป่าตาเป็นประกายเมื่อฟังคำพูดแสนเท่ของพ่อตัวเอง
ได้วิชา