องเขาด้วยแววตาออดอ้อน “พี่ชายขา… ให้หนูเข้าไปวาดรูปในห้องหน่อยนะคะ!”
“ไม่มีทาง!” จื่อซีคำราม แม้ทึ่งในพลังแต่เขาก็ยังคงยืนกรานตามนิสัยเดิม
ซูเหอเวิ่นเริ่มฉุนกะทัดรัด ซู่เป่าอุตส่าห์เป็นห่วงแท้ ๆ แต่หมอนี่กลับทำตัวน่าโดนถีบเสียจริง คนแบบนี้ต่อให้ใครจะหวังดีแค่ไหนเขาก็คงไม่เห็นค่า!
“ซู่เป่า กลับกันเถอะ” ซูเหอเวิ่นดึงมือน้องสาวเพื่อพาออกไป เขาไม่อยากให้ซู่เป่าต้องมาทนรองรับอารมณ์ของพี่ชายจอมขวางโลกคนนี้
ซูจื่อซีแค่นเสียงเหอะในลำคอ เขาก้มมองมือของซู่เป่าซึ่งถูกจูงไว้ด้วยสายตาเย็นชา แต่ไม่คาดคิด… เด็กน้อยจะสะบัดมือพี่ชายคนรองแล้วโผเข้ามากอดแขนเขาไว้แน่น พลางออดอ้อนเสียงหวาน “พี่จื่อซีขา… หนูขอร้องนะ ให้หนูอยู่ด้วยแค่ห้านาทีเท่านั้นเอง แค่ห้านาทีนะคะ!”
ในขณะที่ซูเหอเวิ่นปักใจเชื่อไปแล้วว่ายังไงหมอนี่ก็ไม่มีทางยอมแน่นอน แต่กลับเห็นจื่อซีสะบัดหน้าหนีแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในห้องพลางบ่นพึมพำ “น่ารำคาญจริง!”
ซู่เป่าฉีกยิ้มกว้างร้องเรียกด้วยความดีใจ “พี่เห็นด้วยแล้วใช่ไหมคะ! พี่ชายรีบตามมาเร็วค่ะ!” เธอดึงมือซูเหอเวิ่นกึ่งลากกึ่งจูงเข้าไปด้านใน แล้วยึดโต๊ะเขียนหนังสือของจื่อซีเป็นฐานทัพทันที
จื่อซีไม่ได้สนใจสงครามแย่งชิงพื้นที่ เขาเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาข้างหน้าต่างในท่าที่สบายตัว แล้วจมดิ่งลงสู่โลกแห่งการปั่นแรงก์เกมต่อไป
ก๊อก… ก๊อก…
จู่ๆ เสียงเคาะเบา ๆ จากนอกหน้าต่างก็ดังขึ้น จื่อซีหันไปมองตา