“เธอถอดมันออกมาได้ยังไง!?”
ซูเหอเวิ่นที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับสมองรวนทันที
สมมติว่าน้ำหนักน้องสาวคือ 18 กิโลกรัม…
ประตูหนัก 40 กิโลกรัม… จงหาว่าแรงนิวตันที่น้องสาวใช้ยกประตูมีค่าเท่าไหร่…
บ้าเอ๊ย! น้องสาวบ้านนี้เป็นนักยกน้ำหนักพลังช้างสารหรือไงเนี่ย!!
“ช่างมันเถอะ!” จื่อซีตั้งสติได้ก็รีบไล่ส่ง “วางประตูลงซะ แล้วไปให้พ้นหน้าอย่ามารบกวนฉัน!”
ซู่เป่าเอาประตูพิงไว้กับผนังข้าง ๆ อย่างว่าง่าย ก่อนชูสมุดวาดรูปขึ้น “พี่ชายคะ หนูขอนั่งวาดรูปข้าง ๆ พี่ได้ไหม? หนูสัญญาว่าจะเงียบที่สุดเลยค่ะ”
จื่อซีหงุดหงิดจนหน้าดำหน้าแดง เขาผลักซู่เป่าออกไปนอกห้อง “ไม่มีห้องของตัวเองหรือไงฮะ!?”
ร่างเล็กถูกดันถอยหลังไปสองก้าว ซู่เป่าเบ้ปากมองพี่ชายด้วยสายตาน่าสงสารเหมือนลูกแมวถูกทิ้ง จื่อซีที่อารมณ์เสียโดยไม่มีสาเหตุ คว้าลูกบิดประตูตามสัญชาตญาณหมายปิดประตูกระแทกใส่หน้า
แต่ลืมไปว่าประตูมันหลุดอยู่! บานประตูไม้หนักอึ้งพังโครมลงมาใส่เขา จื่อซีไม่มีแรงพอจะรับน้ำหนักมันได้ แต่ในเสี้ยววินาทีวิกฤต ซู่เป่าก็พุ่งตัวเข้ามาใช้มือเดียวรับบานประตูนั้นไว้ได้อย่างอัศจรรย์!
เธอผลักเบา ๆ บานประตูนั้นก็กลับไปพิงผนังตามเดิม
เขายืนตัวแข็งทื่อเป็นหิน ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า มองบานประตูสลับกับมองมือน้อยของซู่เป่าด้วยความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเพิ่งถล่มลงมาตรงหน้า
นี่มัน… ยัยหนูพลังช้างสาร!
ตอนนี้สาวน้อยมหัศจรรย์กำลังจ้องม