หน้าแดงก่ำแต่กลับสลัดซู่เป่าไม่หลุด
“จะตามฉันไปถึงไหน!” เธอแผดเสียงถามอย่างเหลืออด
ซู่เป่ายังไม่ทันจะได้อ้าปากตอบโต้ เสี่ยวอู่ก็ยืดอกจนขนเขียว ๆ ตั้งชัน พลางโพล่งสวนกลับไปทันควันด้วยน้ำเสียงมั่นใจเต็มร้อย “ก็เพราะเธอมียาน้ำแก้ไอไงล่ะ ยัยผีคอพัง!”
‘นกตัวนี้มันไปเอาความมั่นใจผิด ๆ แบบนี้มาจากไหนกันเนี่ย?’
เสี่ยวอู่ไม่ได้สนใจสายตาเอือมระอาของใครทั้งนั้น มันยังคงกระพือปีกพึ่บพั่บอย่างลำพองใจ พลางเชิดหน้าใช้จะงอยปากแหลม ๆ จิกไซ้ขนตัวเองอย่างกับผู้ชน
ในที่สุด หลังจากถูกซู่เป่าฟันดาบใส่ไปร่วมสามสิบครั้ง เจี่ยวเจียวก็สิ้นฤทธิ์ นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นเหมือนกองโคลนเน่า ๆ เธออยากร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตาเหลือให้ไหลอีกแล้ว
เธออุตส่าห์ยอมแลกชีวิตกระโดดตึกเพื่อจะได้อยู่เคียงข้างซูโล่วแท้ ๆ แต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเด็กตัวแค่นี้เนี่ยนะ!
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ…” ผีสาวเริ่มอ้อนวอนด้วยเสียงอ่อน “ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายพี่ชายอีกแล้ว ฉันแค่ขอได้เฝ้ามองเขาในทุก ๆ วันก็พอ…”
เจี่ยวเจียวสะอื้นไห้ ความปรารถนาของเธอนั้นดูช่างเรียบง่าย เธอแค่อยากรู้ว่าเขาตื่นกี่โมง แปรงฟันหรือเข้าห้องน้ำก่อน กินข้าวแบบไหน ใส่ชุดนอนสีอะไร หรือแม้แต่ตอนนอน เขาจะละเมอถึงใครบ้าง…
แต่ซู่เป่ากลับส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่ได้ค่ะ!”
เพราะการมีผีอยู่ข้างกายนั้นมีแต่โทษร้ายแรง หากปล่อยไว้ นานวันเข้าลุงสี่จะสูญเสียพลังลมปราณ โชคร้ายตามติด และอาจทำใ