ธอ!
“ฮิ ๆ ๆ พี่ชาย… ยังไงพี่ก็ต้องเป็นของฉัน” เจี่ยวเจียวกระโจนเข้าหาซูโล่วอีกครั้งด้วยความบ้าคลั่ง “เราไหว้ฟ้าดินกันแล้วนะ… มาอยู่กับหนูเถอะพี่ชายยย!!”
“ซู่เป่า ช่วยด้วย!!” ซูโล่วตะโกนลั่นพลางเงื้อดาบไม้ท้อขึ้นเตรียมสู้ตาย
ซู่เป่าถีบขาออกแรงกระโดดขึ้นไปยืนบนโซฟา ก่อนคว้าดาบไม้ท้อมาจากมือลุงสี่แล้วกวัดแกว่งไปมาอย่างรวดเร็ว
“ถอยไป! ถอยไป! ถอยไป๊!!”
ซูโล่วมองดูหลานสาวที่กำลังสะบัดแขนสับดาบยิกๆ ด้วยท่าทางคุ้นตา ราวกับหลุดออกมาจากคลิปไวรัลของพวกมนุษย์ป้าเวลาตั้งป้อมทะเลาะกันในโลกโซเชียล
“เด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ฉันจะฆ่าแกให้ตายซะเดี๋ยวนี้!” ผีสาวหัวเราะคิกคักด้วยเสียงแหลมสูง ฟังแล้วแสบแก้วหู
เจี่ยวเจียวไม่ได้เห็นซู่เป่าอยู่ในสายตาเลยสักนิด กลเม็ดเด็กเล่นพวกนี้ในสายตาเธอช่างดูจืดชืด และน่ารำคาญยิ่งนัก…
อย่าลืมสิว่าเธอคือ วิญญาณร้ายนะ!
เธอมองความเก้งก้างงุ่มง่ามของซู่เป่าแล้วเหยียดยิ้ม เด็กสี่ขวบจะไปมีปัญญาจับวิญญาณร้ายได้ยังไง?
ต่อให้เคยจับผีมาบ้าง แต่คงเป็นแค่ผีขี้คร้านหรือผีไร้ศาลทั่วไป ไม่ใช่ผีแค้นฝังหุ่นจนยอมแลกชีวิตแบบเธอ
ตั้งแต่วินาทีที่เธอกระโดดลงมาจากตึกสูง จิตวิญญาณของเธอก็ถูกย้อมด้วยสีดำสนิทของความอาฆาตไปเรียบร้อยแล้ว!
เจี่ยวเจียวอ้าปากกว้างจนแทบฉีกถึงใบหู มันเป็นภาพน่าสยดสยอง และเต็มไปด้วยคราบเลือดเข้มข้น ร่างกายของเธอที่เคยแตกสลายตอนตกตึก ทำให้ผิวหนังปริแยกจนเห็นกระดูกอ