็นว่ามีอีกคนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จนผมบนหัวลุกชันแทบหลุดร่วงออกมาจากหนังศีรษะ มือที่กำลังบิดลูกบิดประตูสั่นระริก
“ลุงสี่คะ… เดี๋ยวซู่เป่าจัดการเอง!” ซู่เป่ามองคุณลุงด้วยความเห็นใจ
โถ่ ลุงสี่ก็นิสัยเหมือนพี่ชายเลยนะเนี่ย ชอบศึกษาเรื่องผีแต่พอเจอเข้าจริง ๆ ก็ขาสั่นพั่บ ๆ
แกร๊ก!
ประตูเปิดออก ซูโล่วรีบอุ้มซู่เป่าเข้าห้องพักส่วนตัวทันที ทว่าห้องพักที่มีเพียงหนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่น กลับกลายเป็นแหล่งชุมนุมของวิญญาณไปเสียได้ เพราะนอกจากหลานสาวตัวน้อย เขายังต้องอยู่ร่วมห้องกับผีทั้งสองตน!
ผีเจี่ยวเจียวเดินตามเขาต้อย ๆ ไม่ห่าง พอลุงสี่จะไปรินน้ำกิน เธอก็ชะโงกหน้าไปดูเครื่องกรองน้ำด้วย พอเขานั่งลงบนโซฟา เธอก็มานั่งเบียดข้าง ๆ พยายามซบไหล่เขาตลอดเวลา
ส่วนจี้ฉางก็นั่งกอดอกลอยตัวอยู่ข้างๆ ดูราวกับยมทูตชุดขาวที่พร้อมจะกระชากวิญญาณเขาได้ทุกเมื่อ
ซูโล่วพยายามมองตรงไปข้างหน้าจนตาจะเหล่เป็นตาเขอยู่แล้ว!
“ว้า! พี่ชายน่ารักจังเลย… พี่ชายมองเห็นหนูใช่ไหมคะ? ที่แท้พี่ชายก็กลัวผีเหมือนกันนี่นา~” ผีสาวหัวเราะคิกคักอย่างหลงใหล
“ไปให้พ้น!” ซูโล่วทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาขบกรามแน่นแล้วเค้นเสียงเย็นชาออกมา
เจี่ยวเจียวแสร้งทำหน้าเจ็บปวด “พี่ชายไล่หนูทำไมคะ? หนูยอมเปิดโปงพ่อแม่ตัวเองเพื่อพี่… หนูยอมแม้กระทั่งสละชีวิตเพื่อพี่เลยนะ!” เธอยิ้มราวกกับคนวิกลจริต “พี่ชาย… หรือพี่จะลงมาอยู่เป็นเพื่อนห