าคนนั้น ให้ยัยนั่นตกใจตายคาที่ไปเลย!”
เขายืนอึ้งมองวิญญาณมารดาที่ลอยจากไปอย่างร่าเริงราวกกกับถูกโชคหล่นทับ
ทว่าในวินาทีถัดมา ศีรษะเล็ก ๆ แสนจะคุ้นเคยก็โผล่เข้ามาทางประตูห้องทำงาน
ถังเถียนเถียนที่เพิ่งถูกแม่ตัวเองทำให้ขวัญหนีดีฝ่อไปเมื่อครู่ แทบจะวิญญาณออกจากร่างอีกรอบเพราะการมาถึงของซู่เป่า
“สวัสดีค่ะ คุณลุงถัง!” ซู่เป่าสะพายกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงใบกะทัดรัด ทักทายด้วยรอยยิ้มสดใส
“คุณหนูซู่เป่า! คุณทำผมเกือบหัวใจวายตายแล้วนะครับ!” ถังเถียนเถียนลูบอกตัวเองรัว ๆ
ซู่เป่าหัวเราะคิกคัก ก่อนจูงมือซูโล่วเดินเข้ามาในห้อง
“วันนี้ลมอะไรหอบมาครับเนี่ย?” ถังเถียนเถียนรีบกุลีกุจอเรียกคนมาเสิร์ฟขนม “เอ๋… วันนี้ไม่ต้องไปโรงเรียนเหรอครับ?”
“วันนี้คุณลุงสี่บอกว่าจะสอนหนูหนีเรียนค่ะ” ซู่เป่าส่ายหัวดิก
“เฮ้ ๆ… พูดอะไรแบบนั้น ลุงไปพูดตอนไหน?” ซูโล่วรีบแย้งทันควัน
ทั้งที่หนูเองไม่ใช่เหรอ บอกว่าจะพาลุงมาตกปลา แต่ไหงมาจบลงที่บริษัทลุงได้ล่ะเนี่ย!
ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้ง พนักงานหลายคนทยอยยกถาดเค้กชิ้นเล็กชิ้นน้อยหลากหลายรูปแบบเข้ามาเสิร์ฟเกือบสิบชิ้น
ตั้งแต่พนักงานเห็นกฎเหล็กหน้าสุดท้ายในคู่มือที่ระบุว่า คุณหนูไม่ทานของหวานจัด, ไม่ชอบช็อกโกแลต, โปรดปรานเค้กผลไม้และลูกอมรสผลไม้… พวกเขาก็สงสัยมาตลอด วันนี้แหละที่พวกเขาได้กระจ่างเสียทีว่าคุณหนูคนนั้นคือใคร
ซู่เป่าตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นขนม เธอชูนิ้วโป้ง