องเขาก็ลุกชันขึ้นมาทันที เขาเหล่ไปทางหลานสาวแล้วกระซิบถาม “ซู่เป่า ถ้าลุงสี่จะสอนหนูหนีเรียนดูสักวัน… หนูอยากลองวิชาไหมลูก?”
บรรยากาศรอบตัวมู่กุยฝานเย็นเยียบลงทันที เย็นยิ่งกว่าตอนเจอผีเสียอีก เขาชะงักมือที่กำลังจัดเสื้อผ้าให้ลูกสาว ดวงตาคมกริบดุจใบมีดตวัดมองซูโล่วด้วยความขุ่นเคืองถึงขีดสุด
กล้าดียังไงมาสอนลูกสาวของเขาทำเรื่องแบบนี้?
มู่กุยฝานตวัดสายตาคมกริบมองซูโล่วด้วยสีหน้าบ่งบอกชัดว่า ‘แกตายแน่’
ซู่เป่าชี้ไปทางประตูตึกใหญ่พลางปลอบขวัญคุณลุง “ลุงสี่ไม่ต้องกังวลนะคะ แค่อย่าก้าวเท้าออกนอกประตูบ้านแม้แต่ก้าวเดียวก็พอ! อยู่บ้านรอหนูกลับจากโรงเรียนนะคะเด็กดี!”
พูดจบเด็กน้อยก็เอื้อมมือมาลูบหัวของเขาเบา ๆ อีกรอบ
ซูโล่วรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเด็กประถมที่โดนสั่งให้อยู่เฝ้าบ้าน…
แต่คราวนี้เขาไม่คิดจะสงสัยคำพูดของซู่เป่าอีกแล้ว ในเมื่อเธอบอกไม่ให้ก้าวพ้นประตูใหญ่ งั้นลุงขอขังตัวเองไว้ในห้องนอนเลยแล้วกันเพื่อความชัวร์!
แต่ในขณะที่เขากำลังจะหลบภัย กลับมีเสียงเอะอะวุ่นวายดังมาจากหน้าคฤหาสน์ ลุงเนี่ยรีบวิ่งเข้ามารายงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดี “คุณชายสี่ครับ ที่หน้าประตูมีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นญาติของแฟนคลับคุณมาประท้วงครับ เห็นว่าแฟนคลับคนนั้นเพิ่งกระโดดตึกฆ่าตัวตายเมื่อวาน พวกเขาเลยมาเรียกร้องให้คุณออกไปชี้แจง”
“ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาไปสืบจนรู้ที่อยู่นี้ได้ยังไง…”
ซูโล่วรู้สึกหนักอึ้งในอก ความทรงจ