ยี่สิบปี ดังนั้นในบางครั้งความนึกคิดของเธอจึงยังตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงช้าไปบ้าง
ทว่าในตอนนี้ เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองสามารถลุกขึ้นยืนได้จริง ๆ คุณนายซูก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“เมื่อกี้… แม่ลุกขึ้นยืนได้จริง ๆ เหรอ?”
เธอพยายามใช้แขนยันตัวเองขึ้นจากรถเข็น ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย ขณะรวบรวมกำลังเพื่อจะยืนขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสภาวะทางจิตใจนั้นกดดันเกินไปหรืออย่างไร ครั้งนี้เธอจึงทำไม่สำเร็จ
ความรู้สึกท้อแท้แล่นเข้ามาในใจทันที หรือว่าเมื่อครู่นี้ เป็นเพียงพลังแฝงที่ปะทุออกมาในยามที่มนุษย์เผชิญกับอันตรายเท่านั้น…
ซูโล่วไม่ได้คิดเช่นนั้น เขารีบปลอบใจมารดาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ในเมื่อแม่ลุกขึ้นยืนได้ครั้งหนึ่งแล้ว มันก็พิสูจน์ได้ว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ต่อไปแม่ต้องกลับมายืนได้แน่นอนครับ”
“เผลอ ๆ อีกหน่อยแม่คงออกไปเต้นแอโรบิคกับพวกคุณยายคนอื่นๆ ในลานกว้างได้สบายเลยล่ะ” เขาหยอกล้อด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายเพื่อลดความตึงเครียด
ดวงตาของคุณนายซูสั่นไหวด้วยประกายแห่งความหวัง ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อสองวันก่อน เธอก็เพิ่งจะเผลอเตะท่านผู้เฒ่าซูไปหนึ่งทีเหมือนกัน!
“ฉันต้องไปบอกเรื่องนี้กับพ่อของแกเดี๋ยวนี้…” เธอรีบบังคับรถเข็นมุ่งตรงไปยังลิฟต์ด้วยท่าทีลนลาน
“ที่แท้พี่ชายก็มีมุมอ่อนโยนแบบนี้ด้วย! หนูยิ่งรักพี่ชายมากขึ้นไปอีกนะเนี่ย” ซูโล่วลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ทว่าในวินาที