งทะเล่อทะล่าเข้ามา
เธอไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่าสภาพดูไม่ได้แบบนี้ จะเป็นลูกชายของตัวเอง! คุณหญิงเฒ่าตกใจจนขวัญหาย ร่างกายตอบสนองด้วยการสปริงตัวลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ!
“ใครก็ได้ มาช่วยที… มีคนบ้าแก้ผ้าบุกเข้ามา!”
คุณนายซูทั้งโกรธทั้งกลัว
พวกคนบ้าวิปริต มักชอบสวมชุดคลุมนอนแล้วเปิดโชว์ในวินาทีถัดไปไม่ใช่หรือไง?
เธอเป็นแค่หญิงชราคนหนึ่งนะ ทำไมต้องมาเจอเรื่องโหดร้ายแบบนี้ด้วย!
ซูโล่วชะงักกึก ท่ามกลางความตกตะลึง เขาก็ฉุกคิดขึ้นได้
แม่ของเขาลุกขึ้นยืนได้เอง!
“แม่! แม่ลุกขึ้นยืน…” เขาร้องอุทานด้วยความดีใจผสมปนเปไปกับความอึ้งกับภาพตรงหน้า
“…ซูโล่ว??” คุณนายซูเพิ่งได้สติ
“ครับแม่… นี่แม่จำลูกตัวเองไม่ได้จริงๆ เหรอ!”
เออซิ สภาพเหมือนคนสติไม่ดีแบบนี้ ใครจะไปจำได้!
ผู้เป็นแม่อดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบน ก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนรถเข็นตามความเคยชินแล้วบ่นพึมพำ “ทำไมสภาพเป็นแบบนี้ล่ะ มีเรื่องอะไร น้ำท่วม หรือมีสัตว์ร้ายตัวไหนไล่กวดมาหรือไง”
“แม่ครับ เมื่อกี้แม่ลุกขึ้นยืนจริง ๆ นะ” ซูโล่วลืมเรื่องผีสาวไปชั่วขณะ เขารีบชี้ไปยังขาของแม่
คุณนายซูเริ่มบังคับรถเข็นหนีพลางบ่นต่อ “ตื่นตูมไปได้ ฉันลุกขึ้นยืนมันจะไปแปลกอะไร…”
เดี๋ยวนะ… ลุกขึ้นยืนงั้นเหรอ?
คราวนี้คุณหญิงเฒ่าถึงกับนิ่งอึ้งไปเหมือนกัน
เนื่องจากในอดีตเกือบครึ่งชีวิตของคุณหญิงเฒ่าซูเธอนั้นเดินเหินได้ตามปกติ ไม่เหมือนกับคนพิการที่ต้องนั่งรถเข็นมานานนับสิบ