ูงลิบลิ่วแห่งนี้เงียบสงัด จนทั้งทางเดินมีเพียงเสียงฝีเท้าของเขาที่ยังคงก้องไปมา
แต่ไม่ว่าเขาจะเดินเร็วแค่ไหน ผีผู้หญิงคนนั้นก็ยังคงลอยเคียงข้างเขาไปตลอดทาง
“พี่ชาย วิ่งเร็วขนาดนั้นทำไมล่ะคะ?”
“พี่ชาย… พี่กลัวฉันเหรอ?”
น้ำเสียงของเธอยิ่งดูโศกเศร้าและน่าเวทนามากขึ้นทุกที
ซูโล่วรัวกดลิฟต์เพื่อลงไปยังชั้นหนึ่งทันที
ผู้จัดการรอบดึกของโรงแรมเห็นเพียงร่างสูงโปร่งในชุดคลุมอาบน้ำวิ่งพรวดพราดออกไป เขาเพิ่งจะอ้าปากทัก “สวัสดีครับคุณ…”
แต่ซูโล่วก็หายวับไปแล้ว
ซูโล่วไม่ได้ถ่ายหนังอยู่ที่ปักกิ่ง แต่เขาอยู่ทางใต้ ห่างไกลไปหลายพันลี้ เขายอมทุ่มเงินนั่งเครื่องบินกลับบ้านตระกูลซูในคืนนั้นทันที
เช้าตรู่ยามท้องฟ้าเริ่มสว่าง หมอกบาง ๆ ปกคลุมไปทั่วเมือง ดวงตาของซูโล่วแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการอดนอน ผีผู้หญิงคนนั้นตามเขามาตลอดทาง เขาเคยคิดว่าเมื่อตะวันขึ้นเธอคงหายไปเอง
แต่ที่ไหนได้ เธอยังอยู่!
ผีสมัยนี้ออกมาเดินกลางวันแสก ๆ ได้ด้วยเหรอวะ??
ซูโล่วรู้สึกเหมือนถูกหลอกด้วยบทละครผีที่เขาเคยแสดงมาแล้ว!
ในที่สุดเมื่อถึงคฤหาสน์ตระกูลซู นักแสดงหนุ่มก็สลัดภาพลักษณ์ทิ้งสิ้น เขาริ่งปรู๊ดเข้าไปในตึกหลักทันที
“ซู่เป่า…” เขาหลุดเรียกชื่อหลานสาวออกมาโดยไม่รู้ตัว
จังหวะนั้นเอง คุณหญิงเฒ่าตระกูลซูกำลังควบคุมรถเข็นลงมาจากชั้นสองพอดี เธอเห็นชายหนุ่มผมเผ้ายุ่งเหยิง สวมเพียงชุดคลุมนอน ชายเสื้อเลิกขึ้นจนแทบเห็นก้น… วิ่