มู่กุยฝานที่กำลังกระดกน้ำแร่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับพ่นน้ำออกมาทันที “ซู่เป่าลูกรัก อย่าพูดจาน่ากลัวแบบนั้นสิ!” เขาพาเธอมาเพื่อให้เรียนรู้เรื่องผลกรรม ไม่ได้พามาฝึกเป็นนักฆ่าเสียหน่อย!
ซู่เป่ารีบเอามือปิดปากตัวเองอย่างรวดเร็ว ส่วนชางชิงเป่ยที่ได้ยินคำว่า ฆ่า ถึงกับขาอ่อนร่วงลงไปคุกเข่าดังตุบ
“คุณมู่! อย่าฆ่าผมเลย ผมไหว้ละ อย่าฆ่าผมเลยยย!”
ซู่เป่าทำหน้าเจื่อน พลางอ้อมแอ้มบอกว่า “หนูบอกว่าหนูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น… ลุงจะเชื่อไหมคะ?”
ชางชิงเป่ยคิดด่ากราดอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง
เชื่อก็โง่แล้ว! ยัยเด็กโกหกหน้าตายที่น่ารังเกียจ!
เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางโขกศีรษะตุบ ๆ ปากก็ตะโกนขอความเมตตาไม่หยุด พร่ำสัญญาว่าถ้าออกไปได้จะกลับตัวกลับใจ ไม่ทำเรื่องเลวร้ายอีก พูดจาจ้อกแจ้กเสียจนฟังแทบไม่ทัน
ซู่เป่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่เชื่อคำพูดลุงคนนี้เลยสักนิด
“แล้วเราควรทำยังไงดีคะ?” เธอหันไปมองจี้ฉางด้วยสายตาจริงใจเพื่อขอคำชี้แนะ
“ริบพลังอัปมงคลไปจากเขาเสีย แล้วแยกดวงจิตออกมาครึ่งหนึ่ง” จี้ฉางตอบเสียงเรียบ
“อ๋อ… หมายความว่าทำให้เขาบาดเจ็บปางตายใช่ไหมคะ? แล้วเขาจะกลายเป็นคนปัญญาอ่อนหรือเปล่า?” ซู่เป่าตระหนักได้ในทันที
อะไรนะ! ยัยเด็กนี่นอกจากจะฆ่าคนแล้ว ยังคิดทุบเขาให้พิการปางตายจนกลายเป็นคนโง่ด้วยเหรอ!?
ชางชิงเป่ยถึงกับอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก เด็กคนนี้ไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนหน้าตาเลยสักนิด ทำไมถึงได้โหดเหี้ยมขนาด