โผล่หัวออกไปซะ”
เรือลำนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการพักผ่อน ชั้นสองเป็นดาดฟ้าเรือ สามารถนั่งได้สบาย ส่วนด้านล่างเป็นบาร์และกระจกหน้าต่างที่เปิดรับลมได้กว้าง หวั่นเถาจำใจเปิดหน้าต่าง แล้วชะโงกหน้าออกไปนอกเรือ
ซู่เป่าเห็นดังนั้นก็ถอดรองเท้าปีนขึ้นไปนั่งบนโซฟา เลียนแบบท่าทางของคุณพ่อเป๊ะ ๆ เธอเอนตัวพิงเบาะ ยื่นขาน้อย ๆ ออกไปพลางเสริมว่า “จากนั้นต้องยื่นมือลงไปเล่นน้ำในแม่น้ำด้วยนะคะ~”
ทั้งชุดกระโปรง ทั้งโผล่หัว แถมยังต้องไปเล่นน้ำเนี่ยนะ?
แม้รู้สึกว่ามันผิดปกติอย่างมาก แต่ด้วยคำว่าภารกิจลับค้ำคอ หวั่นเถาจึงต้องจำยอม เขาหมอบตัวลงกับขอบหน้าต่าง โน้มตัวลงไปให้มากที่สุดเพื่อให้ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวน้ำ โชคดีที่เขาตัวสูงและแขนยาวพอดีจึงเอื้อมถึงได้ไม่ลำบากนัก
ซู่เป่าถือโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปหวั่นเถา ก่อนเอ่ยเสียงใส “พี่สาวคะ ลองพูดว่า มาเล่นกันไหมจ๊ะ ดูสิคะ~”
ในทีวีเขาก็แสดงกันแบบนี้แหละ!
ซูอีเฉินถึงกับมุมปากกระตุก ส่วนมู่กุยฝานยิ้มกึ่งบึ้ง “อย่าตะโกนอะไรมั่วซั่วสิลูก”
สรุปคือทุกคนนั่งจิบชาดื่มกาแฟกันด้วยความสำราญใจ มีเพียงหวั่นเถาคนเดียวที่ต้องทำงานอย่างทรมาน สายลมยามค่ำคืนพัดพาวิกผมยาวของเขาให้พลิ้วไหว มือหนาพยายามดัดให้ดูอ่อนช้อยตบลงบนผิวน้ำเล่นไปเรื่อย ๆ…
ช่างเป็นภาพ “โฉมงาม” ล่องเรือยามราตรี ชวนให้คนมองรู้สึกสับสนเหลือเกิน
ทว่าในวินาทีนั้นเอง หวั่นเถาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งใต้น้ำ
เขามุ่นคิ้ว… สาหร